นายกฯ แฉขบวนการกักตุน ลักลอบส่งออกน้ำมัน

View icon 29
วันที่ 4 เม.ย. 2569 | 05.10 น.
สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์
แชร์
สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - เมื่อวาน นายกฯ เรียกประชุม 9 หน่วยงานหลัก มอบดีเอสไอ ดำเนินคดีเด็ดขาดขบวนการกักตุนน้ำมัน ค้ากำไรเกินควร และลักลอบส่งออกน้ำมัน พร้อมแฉพฤติการเรือขนน้ำมันประวิงเวลาเดินเรือให้ช้าลง หวังรอน้ำมันปรับขึ้นราคา

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมหารือสถานการณ์กักตุนน้ำมัน ระบุว่า รัฐบาลกำลังเร่งตรวจสอบ และขยายผลว่า กลุ่มบุคคลใดที่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับปริมาณน้ำมันที่ขนส่งทางทะเล

เชื่อว่ามีการลักลอบขนถ่ายทางทะเล จึงมอบหมายให้ดีเอสไอ ตรวจสอบขยายผลเป็นคดีพิเศษ และดำเนินการอย่างเฉียบขาด ยืนยันว่าไม่ได้นิ่งนอนใจ

ผลการตรวจสอบระบบการขนส่งน้ำมันทั้งหมด จนถึงวันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา พบรูปแบบการกักตุน และค้ากำไร คือการประวิงเวลาขนส่งน้ำมันทางทะเล เพื่อรอให้ประกาศเพิ่มราคาน้ำมัน ปฏิเสธการจ่ายน้ำมันจากคลังน้ำมันขนาดใหญ่ไปยังสถานีบริการหรือลูกค้าปลายทาง และขนส่งน้ำมันออกนอกเส้นทางเพื่อกักตุน

พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ระบุว่า กรณีจังหวัดสุราษฎร์ธานี จากการตรวจสอบต้นทาง มีเรือบรรทุกนํ้ามันเดินทางไปยังคลังนํ้ามัน 6 แห่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ทั้งหมด 96 เที่ยว พบว่ามีน้ำมันออกจากคลัง 217 ล้านลิตร แต่ระหว่างเดินทางมีน้ำมันหายไป 57 ล้านลิตร

และจากการตรวจสอบพฤติกรรมการเดินเรือที่ขนส่งน้ำมันทางทะเลในห้วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จำนวน 96 เที่ยวเรือ พบว่ามีการประวิงเวลาเดินเรือช้าลงกว่าเดิม พบความผิดปกติ 20 เที่ยวเรือ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก เดินเรือช้ากว่าปกติ 1 วัน มี 13 เที่ยวเรือ รวมน่้ำมัน 35 ล้านกว่าลิตร และกลุ่มที่สอง เดินเรือช้ากว่าปกติ 2 วัน มี 7 เที่ยวเรือ น้ำมัน 16 ล้านกว่าลิตร รวมแล้ว 50 กว่าล้านลิตร

ช่วงท้ายการแถลงข่าว นายกฯ ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าในช่วงสงกรานต์จะมีน้ำมันใช้ตามปกติ ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก และไม่ต้องเติมใส่ถังแกลลอนตุนไว้ เพราะจะมีน้ำมันให้บริการเหมือนทุกปี และหากประชาชนกลับมาใช้น้ำมันในปริมาณปกติ ก็จะไม่มีการขาดแคลน

ขณะนี้ การหาแหล่งน้ำมันก็จะส่งเข้ามาเป็นปกติ ไปจนถึงต้นเดือนมิถุนายน และจะใช้วิธีการจัดซื้อ สรรหา จากภูมิภาคอื่นด้วย จึงขอให้เชื่อมั่นว่า รัฐบาลจะทำทุกวิถีทาง ยืนยันว่าไม่ได้ปิดบังข้อมูลใด ๆ ต่อพี่น้องประชาชน ขอให้มั่นใจว่า รัฐบาลคำนึงถึงพี่น้องประชาชนเป็นอันดับแรกเสมอ และจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง