สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - พาไปที่จังหวัดอ่างทอง ไปดูการใช้ชีวิตของหญิงสาว อายุ 34 ปี ออกจากงานประจำ กลับมาอยู่บ้านใช้ชีวิตแบบพอเพียง
บรรยากาศที่บ้านเฉลี่ยสุขฟาร์ม อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง ของ นางสาวพรนภา เจริญถิ่น อายุ 34 ปี ที่ลาออกจากงานประจำ กลับมาอยู่บ้าน มีรายได้เลี้ยงครอบครัว จากการสร้างฟาร์ม ขายกล้วยตากแบบธรรมชาติ ปลูกผักสลัดแบบอินทรีย์ เปิดคาเฟ่ และอาหารตามสั่ง
นางสาวพรนภา เล่าว่า หลังเรียนจบบริหารธุรกิจ ทำงานประจำอยู่หลายปี ก่อนลาออกมาอยู่บ้านทำฟาร์ม จนมีรายได้เลี้ยงดูตนเองและครอบครัว เริ่มจากการแปรรูปกล้วยเนื่องจากที่บ้านปลูกกล้วยน้ำว้ากาบ และมะลิอ่องอยู่แล้ว และปลูกผักสลัดแบบอินทรีย์พื้นที่หน้าบ้าน ขายกิโลกรัมละ 150 บาท มีขายได้ทั้งปี
ส่วนกล้วย นำมาแปรรูปทำเป็นกล้วยตาก แบบดั้งเดิม คือเลือกเครือกล้วยขนาดใกล้สุกและแก่คาต้น ตัดมาบ่มแบบธรรมชาติ ก่อนนำไปตากแดดในโรงตาก ที่ทำเป็นตาข่ายป้องกันแมลงและใช้แสงแดดในการตากเพียงอย่างเดียว ซึ่งจะทำเป็นกล้วยหนึบด้วย ราคาขาย กล้วยตาก และกล้วยหนึบ ไซซ์เล็ก 200 กรัม 55 บาท ไซซ์กลาง 400 กรัม อยู่ที่ 100 บาท และไซซ์ใหญ่ 800 กรัม 195 บาท
ที่นี่ยังเปิดเป็นคาเฟและร้านอาหารตามสั่งด้วย ร้านเปิด 08.00-16.00น. วันอาทิตย์-วันศุกร์ หยุดทุกวันเสาร์ ใครที่อยากชิมกล้วย สั่งซื้อได้ที่เพจ บ้านเฉลี่ยสุขฟาร์ม หรือโทรสอบถาม 08-5422-2959
ที่จังหวัดนครราชสีมา อีกคนที่หันมาพึ่งพาตนเอง นายทวีรัฐ จันทร์แสงใส อายุ 58 ปี ใช้เวลาว่างยามเย็นและช่วงกลางคืน ออกตระเวนปักเบ็ดตามแหล่งน้ำใกล้บ้าน หาปลานำกลับไปกินในครอบครัว ลดภาระค่าใช้จ่าย แต่ละวันอย่างน้อยจะได้ปลาคืนละ 3-4 กิโลกรัม พอนำไปกินและขาย หากเป็นปลาช่อน ขายที่ราคากิโลกรัมละ 100-120 บาท ถ้าเป็นปลาไหลขายกิโลกรัมละ 200 บาท