เช้านี้ที่หมอชิต - ในวัยที่เริ่มโรยราของพ่อแม่ ก็หวังพึ่งลูก นั่งรถมาไกลกว่า 400 กิโลเมตร หวังฝากชีวิต แต่ถูกปฏิเสธแบบไม่มีเยื่อใย กลายเป็นผู้ที่ยื่นมือมาช่วยไม่ใช่คนในครอบครัว
คำว่า "บุพการี" และ "ความกตัญญู" คงใช้ไม่ได้กับครอบครัวนี้ พ่อทวีป อายุ 67 ปี ส่วนแม่มะลิวัลย์ ที่พิการ อายุ 64 ปี ไปไหนมาไหนต้องใช้รถเข็น นั่งรถโดยสารจากอำเภอลำนารายณ์ จังหวัดลพบุรี เพื่อกลับภูมิลำเนา มาหาลูกชายและลูกสาวที่จังหวัดอุดรธานี
ทั้ง 2 คน มาถึงที่ บขส. ประมาณ 20.00 น. ของวันที่ 4 เมษายน ตลอดการเดินทางจะโทรบอกลูกสาวเป็นระยะ กระทั่งถึงที่หมายโทรเรียกให้มารับ แต่ถูกตอบปฏิเสธ เพราะอยู่หอพัก ห้องคับแคบ และระเบียบเข้ม ห้ามบุคคลภายนอกเข้าพัก จะไปขอพักกับลูกชาย ปลายสายก็บอกไม่สะดวกอีก
ที่อยู่ก็ไม่มี เงินก็หมด ทำให้คืนนั้น ทั้ง 2 คน ต้องนอนที่ บขส. ด้วยความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ หาอาหาร น้ำดื่ม เสื่อปูนอน และพัดลมให้
เช้าอีกวันตื่นมา หวังจะได้เจอหน้าลูก แต่ไม่ใช่ เป็นตำรวจกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ไร้ที่พึ่ง ที่เข้ามาพูดคุยสอบถามต้นสายปลายเหตุ ทำให้รู้ว่า ทั้ง 2 คน เคยมีบ้านอยู่ชุมชนเคหะ จังหวัดอุดรธานี แต่ไปได้งานทำที่อำเภอลำนารายณ์ จังหวัดลพบุรี ตั้งแต่ปี 2565 และมาในปี 2567 แม่มะลิวัลย์ประสบอุบัติเหตุลื่นล้ม กลายเป็นอัมพาต แต่ก็ยังฝืนทนทำงานจนร่างกายไม่ไหว ปีนี้ จึงตัดสินใจกลับจังหวัดอุดรธานี แต่ไม่มีบ้านให้อยู่ เพราะลูกทั้ง 2 คน แจ้งว่าถูกยึดขายทอดตลาดไปนานแล้ว
ตลอดวลาของการพูดคุย เจ้าหน้าที่พยายามโทรหาลูกสาว แต่ไม่ยอมรับสาย ส่วนลูกชายรับสายแต่ไม่ยอมพูด จึงไม่มีใครรู้ต้นสายปลายเหตุว่า เพราะอะไร ลูกทั้ง 2 คน จึงไม่รับพ่อแม่ไปดูแล
แต่เพราะความเป็นแม่ ยังไงก็ยังรัก ฝากขอโทษหากทำอะไรผิด และถึงแม้จะไม่ให้อยู่ด้วย อย่างน้อยก็ขอให้ได้เห็นหน้าก่อนตายได้หรือไม่
ทั้ง 2 คน เจ้าหน้าที่จะรับตัวไปอยู่ที่ศูนย์ไร้ที่พึ่งชั่วคราว ระหว่างนี้จะพยายามติดต่อลูกทั้ง 2 คน ว่าจะรับเลี้ยงพ่อแม่ตัวเองหรือไม่ หากปฏิเสธ ก็จะต้องตามหาญาติ เพื่อหาทางออกของเรื่องนี้