สนามข่าว 7 สี - ดีเอสไอ และภาคีเครือข่าย ตั้งศูนย์ประชุมชั่วคราวคดีน้ำมันเถื่อน และเตรียมพิจารณาเข้าเป็นคดีพิเศษก่อนเทศกาลสงรานต์นี้
ศูนย์ดำเนินคดีเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ตั้งอยู่ที่กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ศูนย์ราชการฯ อาคาร C ชั้น 10 เพื่อเป็นวอร์รูมให้หน่วยงานภาคีเครือข่ายมาแลกเปลี่ยนข้อมูล หลังลงพื้นที่ตรวจสอบคลังน้ำมันขนาดใหญ่ และเก็บข้อมูลผู้ค้าน้ำมันในจังหวัดต่าง ๆ
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบคลังน้ำมันของผู้ค้าน้ำมันขนาดใหญ่ ตามมาตรา 7 และ 10 ที่รับผิดชอบการขนส่งน้ำมันในภาคใต้ตอนบน รวม 6 จุด ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา ตรวจพบบริษัทฯ เอกชนแห่งหนึ่ง มีปริมาณการรับเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าคลัง มากกว่าการขายออกไป เข้าข่ายการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง
แม้ บริษัทฯ เอกชนที่ถูกพาดพิง ออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริง ยืนยันว่าการดำเนินงานด้านการจัดเก็บและบริหารสต็อกน้ำมันของบริษัทฯ เป็นไปตามแผนการจัดส่ง โดยไม่มีนโยบายหรือพฤติการณ์ในการกักตุนสินค้า เพื่อแสวงหาผลประโยชน์แต่อย่างใด
จ.สุราษฎร์ธานี พณ.แจ้งความบริษัทฯ กักตุนสินค้าควบคุม
แต่วานนี้ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี ส่งตัวแทนเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เอาผิดบริษัทฯ เอกชน ในความผิดฐานกักตุนสินค้าควบคุม โดยมีสินค้าควบคุมไว้ในครอบครองเกินปริมาณที่กำหนด หรือเก็บสินค้าควบคุมไว้ ณ สถานที่อื่นนอกจากสถานที่เก็บตามที่ได้แจ้งต่อพนักงาน
พนักงานสอบสวนจึงสอบปากคำผู้เสียหาย และทำการสืบสวนสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ติดตามตัวผู้กระทำผิดในคดีนี้มาดำเนินคดีต่อไป
สำหรับความผิดเกี่ยวกับการกักตุนน้ำมัน ก่อนหน้านี้ที่หลายหน่วยงานลงพื้นที่ตรวจแล้ว พบความผิดปกติ เริ่มจากวันที่ 27 มีนาคม พบคอกรับซื้อน้ำมันที่อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็น 1 ใน 3 จุด ที่พบภาคเอกชนลักลอบจัดเก็บ และจำหน่ายน้ำมันเถื่อน
ผลการตรวจครั้งนั้น จุดแรกพบลักลอบจัดเก็บน้ำมันดีเซล 8,000 ลิตร, แก๊สโซฮออล์ 95 จำนวน 7,000 ลิตร, แก๊สโซฮออล์ 91 จำนวน 20,000 ลิตร และ E20 จำนวน 2,000 ลิตร
จุดที่สองพบ ดีเซล 7,840 ลิตร และจุดที่ 3 พบดีเซล 3,859 ลิตร นอกจากนี้พบน้ำมันค้างอยู่ในแกลลอน รวมกันทั้งหมด 600 ลิตร รวมน้ำมันเถื่อน 3 จุด ที่พบ คือ 49,299 ลิตร
ต่อมาที่พบบริษัทเอกชน จังหวัดสุราษฎร์ธานี กักตุนน้ำมัน และล่าสุดพบบริษัทแห่งหนึ่งเป็นของชาวจีน-เชื้อสายมาเลเซีย ตั้งบริษัทอยู่ในอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา มีการกักเก็บน้ำมันดีเซล 100,000 ลิตร
ซึ่งรายงานข่าวระบุว่า น้ำมันที่พบ บริษัทฯ นำรถไปเติมจากประเทศมาเลเซีย ก่อนผู้ค้าปลีกน้ำมันปรับขึ้นราคา แล้วนำมาถ่ายลงถัง เพื่อกักตุนไว้ใช้ในกิจการขนส่งของบริษัท ซึ่งกรณีนี้บริษัทฯ เอกชนมีการขออนุญาตกักเก็บ แต่อาจเข้าข่ายฐานครอบครองน้ำมันเถื่อน และไม่เสียภาษีนำเข้าประเทศ
ด้าน กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เตรียมพิจารณาะยื่นบอร์ดคณะกรรมการคดีพิเศษ รับเป็นคดีพิเศษ ตามความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยสินค้าและบริการ ก่อนขยายต่อไปยังความผิดอื่น เช่น อั้งยี่, ฟอกเงิน ให้ทันก่อนเทศกาลสงกรานต์นี้