เช้านี้ที่หมอชิต - น้ำมันยังไม่จบ แม้ว่ารัฐบาลจะออกมายอมรับแล้วว่ามีคนที่กักตุนน้ำมันไว้จริง หลังพบพฤติกรรมจอดเรือไว้กลางทะเล ประวิงเวลาให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น แล้วค่อยอัดฉีดน้ำมันเข้ามาในระบบ
"CSI LA" เผยภาพ เรือจอดรวมกันผิดปกติ
แต่หลายคนก็ยังไม่สิ้นสงสัย อย่างเพจ CSI LA เผยภาพนี้ เป็นภาพที่บอกพิกัดของเรือในแต่ละจุดว่ากำลังมุ่งหน้าไปไหน หรือจอดค้างไว้จุดไหนบ้าง
ทางเพจ CSI LA ตั้งข้อสังเกตว่า มีเรือจำนวนมากจอดลอยคออยู่ในบริเวณทะเลอ่าวไทย พร้อมกับวงกลมจุดสีแดงจำนวนมาก พร้อมแคปชันบอกว่า เรือน้ำมันนับร้อยลำ จอดรวมกันแบบผิดปกติ งานนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่
กองทัพเรือแจงชัด ไม่ใช่ "เรือบรรทุกน้ำมัน"
ต่อมาทาง โฆษกกองทัพเรือ ขอเรียนชี้แจงว่า ภาพดังกล่าวเป็นการแสดงผลจากระบบ AIS (Automatic Identification System) หรือ UAIS (Universal Automatic Identification System) ซึ่งเป็นระบบแสดงตนอัตโนมัติของเรือ และวัตถุทางทะเล ใช้เพื่อความปลอดภัยในการเดินเรือ ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ
จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า จุดที่ถูกเข้าใจว่าเป็นการรวมตัวของเรือบรรทุกน้ำมันนั้น แท้จริงคือ แท่นผลิตพลังงานในทะเล (Offshore Energy Platform) และเรือที่ปรากฏในบริเวณดังกล่าว เป็นเรือที่ได้รับอนุญาตเฉพาะในการปฏิบัติภารกิจ ขนส่งวัตถุดิบจากกระบวนการผลิตทรัพยากรปิโตรเลียม (Fossil Resources) เท่านั้น มิใช่สถานีเติมน้ำมันหรือก๊าซเชิงพาณิชย์แต่อย่างใด
ทั้งนี้ พื้นที่รองแท่นผลิตพลังงานดังกล่าว เป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษ มีความอ่อนไหวด้านความปลอดภัยสูง โดยเฉพาะความเสี่ยงจากการเกิดประกายไฟหรือการวาบไฟ จึงมีมาตรการควบคุมการเข้า-ออกของเรืออย่างเข้มงวด อนุญาตเฉพาะเรือที่เกี่ยวข้องกับภารกิจในกระบวนการผลิตเท่านั้น จึงปรากฏจุดที่แสดงทุ่น แสดงอาณาเขตบริเวณเขตควบคุมของแท่นผลิตฯ เพื่อให้เรือในทะเลได้ระมัดระวัง
ทางเพจ CSI LA โพสต์ข้อความระบุว่า ต้องขออภัยต่อผู้ติดตามทุกท่าน สำหรับข้อมูลก่อนหน้านี้ที่อาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน หลังจากตรวจสอบเพิ่มเติม และพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญ
พบว่าภาพจากระบบเรดาร์ที่เห็นเหมือน "เรือบรรทุกน้ำมันจำนวนมาก" นั้น แท้จริงคือ แท่นขุดเจาะและแท่นผลิตพลังงานในอ่าวไทย รวมถึงเรือที่ได้รับอนุญาตเฉพาะในการขนส่งวัตถุดิบจากกระบวนการผลิต
อย่างไรก็ตาม จากการติดตามข้อมูลด้านพลังงานในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า ปริมาณการผลิตสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติ จึงทำให้เกิดข้อสังเกตว่า อาจมีการกักน้ำมันทางทะเล หรือเพื่อถ่ายเทไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
ส่วนประเด็นร้อนเรื่องน้ำมันหาย 57 ล้านลิตร ระหว่างขนส่งไปคลังน้ำมัน 6 แห่ง ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี วันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า เป็นพฤติกรรมเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งสอบสวนขยายผล แต่ยืนยันว่า โรงกลั่นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกักตุนนํ้ามัน
ด้าน นางสาวศิริภา อินทวิเชียร รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แนะแนวทางการสืบหาว่าน้ำมันที่หายไปจากระบบ 57 ล้านลิตร ตอนนี้อยู่ที่ไหนกันแน่
พร้อมยืนยันว่าตรวจสอบได้ไม่ยาก มีใบกำกับการขนส่ง ระบบติดตามตำแหน่งเรือ เป็นหลักฐานชัด
นอกจากนี้ ยังจี้ให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลความจริงให้กับประชาชนทราบอย่างครบถ้วน ว่าใครคือไอ้โม่งตัวจริงที่อยู่เบื้องหลังน้ำมัน 57 ล้านลิตรที่หายไป
ตรวจคลังน้ำมัน ป้องกันการกักตุน จ.สุราษฎร์ธานี
หลังเกิดเรื่องน้ำมันหาย ทำให้เมื่อวานนี้เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรบ้านดอน ร่วมกับหน่วยสืบสวนปราบปรามบ้านดอน เข้าตรวจคลังน้ำมัน พื้นที่บ้านปากน้ำ ตำบลบางกุ้ง อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี รวม 3 คลัง พร้อมขอความร่วมมือในแจ้งข้อมูล หากพบกรณีผิดปกติ ตามมาตรการสอดส่องและป้องกันการกักตุนน้ำมันของรัฐบาล
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ ห้ามส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ ตั้งแต่ 7 เมษายน 2569 เป็นต้นไป เว้นแต่จะได้รับอนุญาต เนื่องจากความต้องการใช้เพื่อเพิ่มการผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลหมุนเร็วมากขึ้น ในช่วงเวลาที่ยังมีสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง