พ่อแม่หอบสังขารพิการนั่งรถมาไกลจาก จ.ลพบุรี เกือบ 400 กม.มาหาลูกสาวที่ จ.อุดรธานี ขอพึ่งใบบุญลูกในบั้นปลายชีวิต แต่สุดท้ายโดนทิ้งไว้ที่ บขส. โทรหาลูกสาว ได้รับคำตอบว่า หอพักแคบ โทรหาลูกชาย รับสาย แต่ไม่พูดจาก่อนตัดสายทิ้ง ล่าสุด ศูนย์ไร้ที่พึ่ง จ.อุดรธานี ให้การช่วยเหลือแล้ว
วันนี้ (5 เม.ย.69) เวลา 11.00 น.เจ้าหน้าที่ตร.สายตรวจสภ.เมือง จ.อุดรธานี รับแจ้งจากคุณนก เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของขนส่ง แจ้งว่า มี 2 ตายายพิการอยู่ที่สำนักงานขนส่งแห่งที่ 2 ถนนรอบเมือง ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรธานี มีลักษณะถูกทอดทิ้ง จึงเดินทางไปตรวจพบกับนางมะลิวัลย์ อายุ 65 ปี และนายทวีป อายุ 67 ปี สองสามีภรรยา มีของพะรุงพะรังทั้งเสื้อผา โดยน.ส.มะลิวัลย์ ป่วยอัมพาตต้องนั่งรถเข็น
นายประทีบ บอกกับเจ้าหน้าที่ตร.ว่า แต่ก่อนก็อยู่ จ.อุดรธานี มีบ้านที่ชุมชนเคหะ แต่ตนเองและภรรยาเดินทางไปทำงานที่โรงงานขนมจีนที่ อ.ลำนารายณ์ จ.ลพบุรี ตั้งแต่ 2565 เกือบ 4 ปีแล้ว แต่พอมาปี 67 ภรรยาคือนางมะลิวัลย์ ได้ลื่นล้มศีรษะกระแทกพื้นได้รับการผ่าตัดแต่ป่วยเป็นอัมพาต จึงตัดสินใจพาภรรยากลับมาที่จ.อุดรธานี ทราบว่าบ้านที่ชุมชนเคหะที่ลูกสาวและลูกชายอยู่ถูกยึดขายทอดตลาดแล้ว จึงโทรไปหาลูกสาว ซึ่งก่อนเดินทางก็โทรบอกลูกสาว พอมาถึง บขส.เมื่อช่วงค่ำ 2 ทุ่มวานนี้ก็โทรหาลูกสาว แต่ลูกสาวบอกว่า อยู่หอพักห้องแคบ หอเข้ากำหนดคนเข้าออกเป็นเวลา จากนั้นก็ติดต่อไม่ได้เลย จึงพาภรรยานอนรอลูกสาวที่ บขส. เผื่อเขามารับแต่จนถึงวันนี้ก็ไม่มา
ส่วนนางมะลิวัลย์ บอกว่า อยากบอกว่า ตนเองไปทำงานกับสามี แต่ป่วยเลยกลับมาอุดรฯอยากกลับมาเห็นหน้าลูก อยากให้ลูกออกมาหา ทำไมปล่อยแม่ไว้อย่างนี้ แต่หากลูกไม่ให้แม่อยู่ด้วย แม่ก็จะไปเช่าที่อยู่ก็ได้ ตนเองมีลูกสองคน ถ้าลูกสาวและลูกชายฟังอยู่ อยากบอกว่าแม่และพ่อยังรักลูกเสมอ ถ้าไม่พอใจแม่ แม่ขอโทษนะลูก แต่ก่อนแม่จะตายมาหาแม่ก่อนได้ไหม อยากเห็นหน้าลูก หัวอกคนเป็นแม่พูดไปก็สะอื้นร้องไห้ไป
โดยขณะนี้ทั้งนายประทีปและนางมะลิวัลย์ที่พิการนั่งรถเข็นอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ศูนย์ไร้ที่พึ่ง จ.อุดรธานี แล้ว เจ้าหน้าที่ฯ พยายามติดต่อ ลูกสาวตามเบอร์ที่ให้ไว้ โทรติดแต่ไม่รับสาย ส่วนลูกชาย เจ้าหน้าที่โทรไปรับสาย แต่ไม่พูดจากนั้นก็ติดสายทิ้งทันที ซึ่งต้องรอดูพรุ่งนี้ เจ้าหน้าที่ฯ จะลองติดต่อลูกสาวและลูกชายอีกครั้ง หรืออาจะหาทางติดต่อญาติคนอื่นๆ เพื่อหาทางออกที่ยั่งยืน