หนุ่มหลอนยาขี่จยย.ไปอาละวาดที่สถานีตำรวจ เจอไม้ง่ามยุทธวิธีจึงสงบ ตำรวจค้นเป้สะพานหลัง เจอยาบ้าอีก 5 มัด หลังได้สติสารภาพสิ้น ซัดทอดไปสู่การจับกุมพ่อตัวเอง
เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2569 ช่วงเย็น ขณะที่ จนท.ตำรวจ สภ.กะเปอร์ ปฏิบัติหน้าที่ภายในสถานีตำรวจ ได้มีชายต้องสงสัย สวมดเสื้อแขนยาวสีเหลือง สะพายเป้สีดำ อาการหลอนยา คล้ายคนเสพยาเสพติด ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาจอด และเข้าสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า มีนายนิวัฒน์ ให้มาเอาของจากนั่นเกิดอาการคลุ้มคลั่ง พยายามเดินเข้าหาทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าระงับเหตุ ตำรวจสายตรวจ ชุดไม้ง่ามยุทธวิธี จึงเข้าควบคุมตัวบุคคลดังกล่าวได้ บริเวณบ้านพักข้าราชการตำรวจ สภ.กะเปอร์ ซึ่งอยู่ด้านหลังสถานีตำรวจ ทราบชื่อภายหลัง คือนายอดิศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี ตรวจสอบในเป้สะพายหลัง จนท.ถึงกับผงะ พบยาบ้าอยู่ในถุงจำนวน 5 มัด และอยู่ในซองซิปล็อคอีก 1 ถุง พบ ของกลางที่อยู่ในเป้สะพายหลังทั้งหมด 10,055 เม็ด เมื่อเจ้าหน้าที่เจรจาพูดคุยอย่างเป็นมิตร พูดหวาน พูดไพเราะ อาการหลอนยาจึงสงบลง นายอดิศักดิ์บอกเจ้าหน้าที่ว่า ตนไม่ได้หลอน มีสติครบหมด พร้อมสารพสิ้นหมดเปลือก จนท.จึงทำการขยายผลทันที
นายอดิศักดิ์ ยอมรับว่าตนมียาบ้าอีกจำนวนหนึ่ง ซุกซอนไว้ในบ้านไม่มีเลขที่ ที่ ต.กะเปอร์ อ.กะเปอร์ จ.ระนอง จึงเดินทางไปยังบ้านหลังดังกล่าว จากการตรวจค้นพบ ยาบ้าอยู่ในซอง จำนวน 3,354 เม็ด พร้อมยังซัดทอดไปถึงบิดาของตนว่า ตนได้นำยาเสพติดบางส่วน ไปจำหน่ายให้กับบิดาของตน คือนายสุรศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 56 ปี ในพื้นที่ ต.กะเปอร์ อ.กะเปอร์ จ.ระนอง เจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการตรวจสอบ นายสุรศักดิ์ พร้อมยอมรับว่าตนมียาบ้าอยู่จำนวนหนึ่ง ซุกซ่อนไว้ภายในสวนทุเรียนหลังบ้าน จำนวน 2 จุด จุดแรก จำนวน 166 เม็ด จุดที่สอง จำนวน 2,207 เม็ด พร้อมให้การรับสารภาพว่า ตนเป็นผู้ค้าปลีกรายย่อย โดยจะจำหน่ายให้กับกลุ่มผู้เสพยาบ้า ครั้งละ 1 เม็ดๆละ 50 บาท และในระหว่างตรวจค้นได้มีบุคคลชายต่างด้าว สัญชาติเมียนมา เข้ามาบริเวณที่เกิดเหตุ คือ นายอ่าว หรือ นาย โซ มิน อ่าว อายุ 42 ปี และให้การยอมรับว่าตน เป็นนักบิน ได้นำยาบ้าดังกล่าวมาจาก นายอดิศักดิ์ มาให้กับ นายสุรศักดิ์ จริง
เจ้าหน้าที่จึงควบคุม ผู้ต้องหาทั้งหมด 3 ราย ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ พร้อมของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท1 เมทแอมเฟตามีน หรือยาบ้า จำนวน 15,782 เม็ด ส่ง พนักงานสอบสวน สภ.กะเปอร์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป