เร่งสร้างถนนชายแดนไทย-กัมพูชา ช่องดาระกา-พนมเบง อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ ซึ่งยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แม้ต้องเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัด ส่งผลให้ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่มีความต้องการน้ำดื่มจำนวนมาก
วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณช่องดาระกา บ้านจรัส หมู่ 1 ตำบลจรัส อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ เพื่อติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างถนนตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ระหว่าง ช่องระดากา ต.จรัส อ.บัวเชด กับ พนมเบง อ.กาบเชิง ซึ่งยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แม้ต้องเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัด ส่งผลให้ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่มีความต้องการน้ำดื่มจำนวนมาก และเริ่มประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค
พันตำรวจเอกวีณวัฒน์ ศรีแย้ม ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรปราสาท และพันตำรวจโทอาวุฒิ อ่อนวรรณะ รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรปราสาท ได้มอบหมายให้พันตำรวจโทศุภณัฐ ขยันดี สารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ลงพื้นที่ติดตามและให้การสนับสนุนผู้ปฏิบัติงานก่อสร้างถนนอย่างใกล้ชิด
พันตำรวจโทศุภณัฐ เปิดเผยว่า การก่อสร้างถนนในพื้นที่ชายแดนเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงและเส้นทางเข้าถึงค่อนข้างลำบาก ประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด ทำให้มีความต้องการใช้น้ำดื่มในปริมาณมาก เมื่อปริมาณน้ำในพื้นที่ใกล้หมด อาจารย์ไป หรือ นายสงวน คงเงิน ผู้ดูแลโครงการก่อสร้างถนนช่วงหลักเขตแดนที่ 2 ถึงหลักเขตแดนที่ 7 จะประสานขอรับการสนับสนุนน้ำดื่มและสิ่งของจำเป็นจากหน่วยงานและประชาชนจิตอาสา
ที่ผ่านมา ได้มีการลำเลียงน้ำดื่ม อาหาร และสิ่งของจำเป็นเข้าไปช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงานแล้วมากกว่า 5 เที่ยว โดยได้รับความร่วมมือจากประชาชนในหลายพื้นที่ที่ทราบข่าว ต่างร่วมกันบริจาคน้ำดื่มและสิ่งของจำเป็น เพื่อส่งกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ หากประชาชนผู้มีจิตศรัทธาต้องการร่วมสนับสนุนน้ำดื่มหรือสิ่งของจำเป็น สามารถนำไปมอบได้ที่สถานีตำรวจภูธรปราสาท เพื่อรวบรวมและนำส่งต่อไปยังพื้นที่ก่อสร้าง เนื่องจากปัจจุบันมีมาตรการควบคุมการเข้าออกพื้นที่ชายแดน ทำให้การขนส่งสิ่งของและการเข้าถึงพื้นที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก
สำหรับความคืบหน้าของโครงการ ขณะนี้สามารถก่อสร้างถนนได้แล้วกว่า 3 กิโลเมตร และหากการดำเนินงานเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ คาดว่าจะสามารถดำเนินการแล้วเสร็จภายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า รวมระยะทางกว่า 15-20 ก.ม.ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกในการสัญจร เสริมประสิทธิภาพการดูแลพื้นที่ชายแดน และสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงของประเทศไทยในระยะยาว
ด้านอาจารย์ไป หรือ นายสงวน คงเงิน ผู้ดูแลการก่อสร้างถนน เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ปัญหาสำคัญในขณะนี้คือเครื่องจักรกลหนักเกิดการชำรุดบ่อยครั้ง โดยเฉพาะรถแบ็คโฮ ที่เสียหายไปแล้ว 1 คัน ทำให้ต้องเร่งจัดหาอะไหล่มือสองจากแหล่งเชียงกงมาเปลี่ยนซ่อมแซม เพื่อให้สามารถเดินหน้าก่อสร้างได้อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ทีมงานยังคงมุ่งมั่นดำเนินงานตามเป้าหมายในการก่อสร้างเส้นทางเลียบแนวชายแดนไทย–กัมพูชาให้เชื่อมต่อไปยังพื้นที่ช่องจอม และครอบคลุมแนวชายแดนให้ได้มากที่สุด เพื่อประโยชน์ด้านการคมนาคม การพัฒนาพื้นที่ และความมั่นคงของประเทศในอนาคต