ห้องข่าวภาคเที่ยง - ฝุ่น PM2.5 กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ชาวภาคเหนือต้องเผชิญ นอกจากปัญหาสุขภาพกายแล้ว ปัญหาด้านเศรษกิจก็เช่นเดียวกัน ที่จังหวัดเชียงใหม่ เจอพิษฝุ่นสูงติดอันดับ 1 ของโลก ยอดจองห้องพักลดลงกว่า 50%
สถานการณ์ในช่วงนี้ ถนนทั่วเมืองเชียงใหม่ โดยเฉพาะเขตเมือง ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โล่งกว่าปกติ รถยนต์หายไปจากท้องถนน บางสายแทบไม่มีรถสัญจร นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่เคยออกมาเดินท่องเที่ยวในช่วงกลางวัน ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ส่วนที่ยังเหลืออยู่ยังคงไม่หน้ากากอนามัยแต่เลือกหลบอยู่ในอาคาร ทำให้พื้นที่ ภายในห้างสรรพสินค้ามีประชาชนหนาแน่น หากสถานการณ์มลพิษทางอากาศยังไม่คลี่คลาย อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์
แม้ในปีนี้จะเริ่มเตรียมพร้อมจัดกิจกรรมสงกรานต์ยิ่งใหญ่ที่ใกล้จะถึงในสัปดาห์หน้า ทั้งติดตั้งเวทีกิจกรรมและอุโมงค์น้ำขนาดใหญ่ บริเวณถนนท่าแพ ใกล้ช่วงประตูท่าแพ อ.เมืองเชียงใหม่ แต่บรรยากาศกลับดูซบเซากว่าทุกปีที่ผ่านมา
นายไพศาล สุขเจริญ รักษาการประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ยอมรับกังวลใจ ทั้งด้วยปัญหาราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ทำให้กลุ่มนักท่องเที่ยวไทยแทบไม่จองที่พักในช่วงสงกรานต์ เหลืออยู่เพียง 2-5% เท่านั้น
ส่วนในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ แม้ช่วงต้นเดือนเมษายน จะมียอดจองห้องพักจะขยับสูงขึ้นเล็กน้อย แต่เมื่อมีข่าวเกี่ยวกับ ฝุ่น PM2.5 ที่วิกฤตหนักกว่า 10 วัน สูงติดอันดับ 1 ของโลก ทำให้จนถึงขณะนี้ ยอดจองห้องพักมีแค่ประมาณ 50-60% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่าน ๆ มา ยอดจองห้องพักจะสูงกว่า 80-90%
สิ่งสำคัญ คืออยากให้ภาครัฐเร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวว่าน้ำมันมีเพียงพอ และเร่งแก้ปัญหา ฝุ่น PM2.5 โดยเฉพาะการทำฝนเทียม หวังว่าปีนี้จะมีฝนมาช่วยชะล้างหมอกควันได้ทันในช่วงสงกรานต์นี้ เพราะภาคธุรกิจได้รับผลกระทบหนักมาก