วันนี้ (7 เม.ย. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุม นายวรุฒน์ อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ จ.12/2569 ลง 20 มกราคม 2569 โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ
โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือกิจการที่ตนเองเกี่ยวข้อง ทั้งนี้โดยประการที่จะรู้หรือควรจะรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดทางอาญาอื่นใด”
โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ภายในบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา
สืบเนื่องจากผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความ พนักงานสอบสวน สภ.อ่าวน้อย จ.ประจวบคิรีขันธ์ ว่าถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงไปซึ่งทรัพย์สินของผู้เสียหาย ทำให้ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับต่อศาล
เจ้าของบัญชีรับเงินจากผู้เสียหายและยังพบว่ามีการผ่องถ่ายเงินจากผู้เสียหายไปยังบัญชีอีกหลายแถว ซึ่งเชื่อว่าเครือข่ายแสกมเมอร์ได้ตั้งใจทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจยากต่อการสืบสวนเส้นทางการเงินของผู้เสียหาย
ต่อมา บก.ป. สืบสวนจนทราบว่าปัจจุบัน นายวรุฒน์ เจ้าของบัญชีที่รับเงินในคดีนี้ได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ที่บ้านพักแห่งหนึ่งใน จ.นครราชสีมา จึงลงพื้นที่ตรวจสอบ พบนายวรุฒน์ และแจ้งว่าเป็นบุคคลตามหมายจับพร้อมแสดงหมายจับให้ทางนายวรุฒน์ ตรวจสอบ แต่นายวรุฒน์ ไม่ให้ความร่วมมือพร้อมเดินกลับเข้าไปในบ้านพร้อมล็อกประตู เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้ประสานไปทางผู้นำชุมชนพร้อมเจ้าหน้าที่สายตรวจ สภ.โพธิ์กลาง ให้มาร่วมเจรจากับแม่ผู้ต้องหาที่อยู่ในบ้านหลังดังกล่าว ให้ช่วยเปิดประตูและกล่อมลูกชายให้มามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ก็ยังไม่เป็นผล
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขออนุมัติหมายค้นต่อศาลจังหวัดนครราชสีมา เข้าตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอนุมัติตามคำขอตามหมายค้นศาลจังหวัดจังหวัดนครราชสีมา ที่ 66/2569 ลงวันที่ 1 เมษายน 2569
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ดำเนินการงัดประตูบ้านพร้อมเข้าทำการจับกุมตัวนายวรุฒน์ พร้อมได้แสดงหมายค้นและแสดงหมายจับศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ จ.12/2569 ลง 20 มกราคม 2569 และไม่เคยถูกจับกุมตามหมายจับนี้มาก่อน พร้อมกับให้การว่าตนถูกชักชวนจากนายหน้าหาบัญชีม้า ซึ่งอยู่บริเวณหมู่บ้านตน ชักชวนให้เปิดบัญชีม้า ตนจึงเกิดความสนใจ เนื่องจากติดยาเสพติดและไม่มีรายได้ จึงสมัครใจเปิดบัญชีจำนวน 8 บัญชี ได้รับค่าจ้างบัญชีละ 4,000 บาท ส่งมอบให้กับนายหน้า
จากนั้นจะมีคนพาตนนั่งรถไปยัง อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และข้ามช่องทางธรรมชาติทางเรือ และพาไปยังตึกไฮโซ 26 ชั้น ซึ่งเป็นตึกสแกมเมอร์ฝั่งปอยเปต ประเทศเพื่อนบ้าน โดยตนได้เห็นคนจีนจำนวนมาก ซึ่งคอยควบคุมคนไทยให้ทำงานในหน้าที่ต่าง ๆ ในขบวนการสแกมเมอร์ ซึ่งตนถูกพาไปยังห้องมืดแห่งหนึ่ง
จากนั้นได้มีชายไทยได้ทำการย้ายบัญชีจากเครื่องของตน ไปยังโทรศัพท์อีกเครื่อง และให้ตนแสกนใบหน้าเพื่อยืนยันธุรกรรมต่าง ๆ ในบัญชีของตน ซึ่งตนพอทราบว่าเป็นเงินจากกการหลอกลวงผู้เสียหาย ซึ่งตนได้ทำงานอยู่ระยะเวลาหนึ่ง บัญชีของตนถูกอายัด นายหน้าจึงพาข้ามช่องทางธรรมชาติกลับมายังประเทศไทย
ซึ่งตนทราบว่าตนมีความผิด จึงได้หลบหนีมากบดานบริเวณบ้านพักแห่งหนึ่งใน จ.นครราชสีมา จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้จับกุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.อ่าวน้อย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป