วันนี้ (7 เม.ย. 69) พลอากาศเอก ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ไทย – กัมพูชา (JIC) นำคณะสื่อมวลชนทั้งสื่อไทย และสื่อต่างประเทศกว่า 60 คน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และประเด็นศูนย์สแกม อาชญากรรมออนไลน์ข้ามชาติ ในพื้นที่ช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นแหล่งปฏิบัติการของเครือข่ายสแกมเมอร์ที่ถูกระบุว่า เป็นภัยคุกคามระดับโลก บริเวณพื้นที่โอเสม็ด ใกล้กับช่องจอม โดยพื้นที่ดังกล่าวทหารไทยเข้าควบคุมได้ และวางรั้วลวดหนาม ตามถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) ภายในพื้นที่มีอาคารกว่า 160 หลัง แบ่งโซนออกเป็น A ถึง G

วันนี้ JIC ได้พาสื่อมวลชนไปสำรวจพื้นที่โซน E ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่ใช้สำหรับการหลอกลวงนานาชาติ อาทิ สหรัฐอเมริกา, อินเดีย, เวียดนาม และยุโรป เป็นต้น โดยภายในอาคารมีการติดแผ่นป้ายระบุเวลาการทำงาน ส่วนใหญ่จะเริ่มงานในเวลา 21.00 น. - 03.00 น. เนื่องจากเหยื่อส่วนใหญ่ที่ถูกหลอกลวง จะอยู่ฝั่งทวีปยุโรป และอเมริกา นอกจากนี้ ภายในอาคาร ยับพบเอกสารต่าง ๆ เกี่ยวกับบทสนทนา เพื่อให้สแกมเมอร์พูดตามสคริปที่จัดเตรียมไว้ ซึ่งมีทั้งภาษาจีน, ญี่ปุ่น, เวียดนาม และภาษาอังกฤษ โดยรูปแบบการหลอกมีหลายรูปแบบ ทั้งการปลอมเป็นทหารพิเศษ, การหลอกผู้ประกอบการร้านค้า, การหลอกให้รักแล้วลงทุน, หลอกเชิญชวนทำธุรกิจ หรือการซื้อขายแบบออนไลน์ รวมถึงมีเอกสารที่สอนการหลอกเหยื่อ สำหรับเหยื่อที่เคยถูกหลอกมาแล้วอีกด้วย

สำหรับในพื้นที่โซน E ส่วนใหญ่จะเป็นที่ตั้งของอาคารสำนักงานสแกมเมอร์ชาวจีนหลากหลายบริษัท มีโต๊ะทำงาน, อุปกรณ์คอมพิวเตอร์, เอกสารที่ใช้ในการหลอกลวง, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, อุปกรณ์สัญญาณอินเทอร์เน็ต โดยในเกือบทุกห้องทำงานของสแกมเมอร์ จะมีการติดตั้งกลองสะบัดชัย สีแดงขนาดใหญ่ ตรงกลางสลักภาพลายมังกรสีแดง ที่อนุมานได้ว่า เมื่อสามารถหลอกลวงเหยื่อจนได้ยอดเป็นไปตามเป้าหมาย ก็จะมีการลั่นกลองเอาฤกษ์เอาชัย ซึ่งเกือบทุกห้องทำงานจะมีการติดโลโกบริษัท พร้อมมอตโต้การทำงาน เชิงว่า “ประสิทธิภาพของฝ่ามือ จะพิสูจน์คุณค่าการดำรงอยู่ของคุณ“ หรือมีการติดสุภาษิตจีน เชิงปลุกใจว่า “ถ้าเรามีจิตใจที่เข้มแข็ง เราสามารถกำหนดโชคชะตาของเราได้”
นอกจากนี้ ยังได้ไปดูห้องคุมขังของสแกมเมอร์ที่ไม่สามารถทำยอดให้ถึงเป้าได้ ซึ่งอยู่บริเวณชั้นใต้ดินของอาคารแห่งหนึ่ง ในพื้นที่โซน E มีจำนวน 12 ห้อง โดยภายในห้องจะมีอุปกรณ์ทรมาน และมีความคับแคบ ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก มีเพียงขวดน้ำเล็ก ๆ ที่เอาไว้สำหรับปัสสาวะ พร้อมกับมีการติดกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามพฤติกรรมความเคลื่อนไหวตลอดเวลาที่อยู่ภายในห้อง ส่วนชั้นบนของอาคารเดียวกัน จะเป็นสถานที่ทำงานของระดับบอสคอลเซนเตอร์

สำหรับในแหล่งปฏิบัติการของเครือข่ายสแกมเมอร์แห่งนี้ มีการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก ซึ่งภายในพื้นที่จะมีทั้งร้านค้า รวมไปถึงยังมีโรงพยาบาลภายในเป็นของตัวเอง ซึ่งภายในโรงพยาบาลมีทั้งห้องจ่ายยา, ห้องปรึกษาแพทย์, ห้องเอ็กซเรย์ รวมไปถึงห้องผ่าตัด โดยมีอุปกรณ์ครบครัน คาดว่าโรงพยาบาลแห่งนี้ ใช้รักษาเฉพาะชาวจีนเท่านั้น เนื่องจากภาษาภายในโรงพยาบาลมีแต่ภาษาจีน รวมถึงแพทย์ที่มาประจำการก็เป็นชาวจีน อย่างไรก็ตาม โรงพยาบาลแห่งนี้ถูกใช้เป็นฐานที่ตั้งทางทหาร รวมถึงเป็นสถานที่ใช้ปล่อยโดรนพลีชีพ ในช่วงของการสู้รบที่ผ่านมาด้วย
ในพื้นที่ยังมีโซนเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่มีทั้งกาสิโน, คาราโอเกะ, อาบอบนวด, โรงแรม และสถานที่ขายบริการทางเพศ ซึ่งภายในห้องมีการจำลองเตียงเป็นเวทีมวย, กรงนก และมีอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับกิจกรรมทางเพศอยู่ภายในอาคาร โดยในพื้นที่นี้จะถือเป็นเขตหวงห้าม อนุญาตให้เฉพาะนักธุรกิจ, หรือระดับบอสชาวจีน เข้ามาสังสรรค์เท่านั้น ส่วนสแกมเมอร์ไม่มีสิทธิเข้าพื้นที่