สนามข่าว 7 สี - คณะ JIC พาสื่อไทยและเทศ บุกรังสแกมเมอร์ เพื่อดูให้เห็นกับตาว่าก่อนที่ทหารไทยจะเข้าควบคุมพื้นที่ ขบวนการนี้ มีความเป็นอยู่ที่หรูหราแค่ไหน
คณะ JIC หรือ ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ที่มี พลอากาศเอก ประภาส สอนใจดี เป็นผู้อำนวยการฯ พาสื่อมวลชนทั้งไทยและสื่อต่างประเทศ กว่า 60 คน ลงพื้นที่ตรวจสภาพความเป็นอยู่ภายในศูนย์สแกมเมอร์ พื้นที่ช่องจอม ตำบลด่าน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ที่ขณะนี้ อยู่ในการควบคุมของทหารไทย
ภายในพื้นที่ มีอาคารกว่า 160 หลัง แบ่งโซนออกเป็น A ถึง G แต่ละอาคารเจอเอกสารเกี่ยวกับบทสนทนาหลายภาษา จีน, ญี่ปุ่น, เวียดนาม และภาษาอังกฤษ เพื่อให้สแกมเมอร์พูดตามสคริปที่จัดเตรียมไว้ รูปแบบการหลอก ก็มีหลายรูปแบบ ทั้งการปลอมเป็นทหารพิเศษ, การหลอกผู้ประกอบการร้านค้า, หลอกให้รักแล้วลงทุน, หลอกเชิญชวนทำธุรกิจ หรือการซื้อขายแบบออนไลน์
ในส่วนของอาคาร โซน E เป็นสำนักงานสแกมเมอร์ชาวจีนหลากหลายบริษัท เพื่อใช้หลอกลวงคนจีนด้วยกัน คนเวียดนาม, อเมริกา หรืออินเดีย และเกือบทุกห้องทำงานของสแกมเมอร์ จะตั้งกลองสะบัดชัย สีแดงขนาดใหญ่ ตรงกลางสลักภาพลายมังกรสีแดง ที่อนุมานได้ว่า หากสามารถหลอกหลวงเหยื่อ จนได้ยอดเป็นไปตามเป้า ก็จะมีการลั่นกรองเอาฤกษ์เอาชัย จากการสังเกต แต่ละห้องจะติดโลโก้บริษัท พร้อมมอตโต้การทำงานไว้
นอกจากนี้ ยังมีห้องคุมขังแคบ ๆ ของเหล่าสแกมเมอร์ ที่ไม่สามารถทำยอดให้เข้าเป้าได้ จำนวน 12 ห้อง ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก มีเพียงขวดน้ำเล็ก ๆ ที่เอาไว้สำหรับปัสสาวะ พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิด ตรวจสอบความเคลื่อนไหวตลอดเวลาที่อยู่ภายในห้อง ส่วนชั้นบนจะเป็นสถานที่ทำงานของระดับบอสคอลเซนเตอร์
ยังมีร้านค้า อ่างอบนวด และโรงพยาบาลเป็นของตัวเอง ซึ่งภายในโรงพยาบาลมีทั้งห้องจ่ายยา, ห้องปรึกษา, ห้องเอ็กซเรย์ รวมไปถึงห้องผ่าตัด ใช้รักษาเฉพาะชาวจีนเท่านั้น โดยยังพบหลักฐานที่ตั้งทางทหาร เพื่อใช้ปล่อยโดรนพลีชีพในช่วงของการสู้รบที่ผ่านมาด้วย
พลตำรวจตรี ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 และรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากหลักฐานทั้งหมด เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า กัมพูชาเป็นฐานหลอกลวงประชาชนทั่วโลก ซึ่งการดำเนินการเป็นรูปแบบของบริษัทในการทำสัญญาจ้าง รับพนักงานมา และมีการฝึกอบรมเพื่อหลอกลวง โดยมีการจำลองโรงพัก ห้องสอบสวนจากนานาประเทศ