สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ระบุผลกระทบฝุ่นพิษ PM 2.5 ทำผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้น มีอาการกำเริบเพิ่ม 2.4 เท่า
วันนี้ (7 เม.ย. 69) นพ.กิตติพันธุ์ ฉลอม ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า สถานการณ์ผลกระทบด้านสุขภาพจากปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่ยังคงเกินมาตรฐานในพื้นที่ โดยสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
จากการเฝ้าระวังพบว่าโรคที่ได้รับผลกระทบหลัก ได้แก่ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) โรคหอบหืด โรคผิวหนังอักเสบ เยื่อบุตาอักเสบ เลือดกำเดาไหล รวมถึงโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมทั้งมะเร็งปอด ขณะที่ข้อมูลเปรียบเทียบในปี พ.ศ. 2568 ชี้ให้เห็นว่าในช่วงที่ค่าฝุ่น PM2.5 สูง ตั้งแต่ 1 วันขึ้นไป จำนวนผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังกำเริบเฉลี่ยต่อสัปดาห์อยู่ที่ 23.07 ราย เพิ่มขึ้นถึง 2.4 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงที่ไม่มีค่าฝุ่นสูง ขณะที่ผู้ป่วยเลือดกำเดาไหลเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเช่นกัน
สำหรับปี พ.ศ. 2569 ตั้งแต่เดือนมกราคม–เมษายน พบผู้ป่วยสะสมหลายกลุ่มโรค ได้แก่ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังกำเริบ 2,210 ราย โรคหอบหืด 2,566 ราย โรคเยื่อบุตาอักเสบ 1,576 ราย โรคผิวหนังอักเสบ 62 ราย ผู้ป่วยเลือดกำเดาไหล 198 ราย กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดสูงถึง 29,139 ราย
การวิเคราะห์ผลกระทบระยะสั้น (Short-term effects) พบว่า โรคในกลุ่ม COPD หอบหืดและเลือดกำเดาไหล มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามฤดูกาลที่มีฝุ่นสูง โดยได้กำหนดให้ผู้ป่วยโรคปอดเป็นกลุ่มเปราะบางที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เช่น การใช้มุ้งสู้ฝุ่น และการควบคุมการใช้ยาอย่างใกล้ชิด ส่วนผลกระทบระยะยาว (Long-term effects) เช่น โรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและมะเร็งปอด ยังไม่พบความสัมพันธ์ชัดเจนกับสถานการณ์ฝุ่นในระยะสั้น แต่จำเป็นต้องติดตามข้อมูลอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
ทั้งนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ แนะนำให้ประชาชนเฝ้าระวังสุขภาพ หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง สวมหน้ากากป้องกันฝุ่น และติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศอย่างใกล้ชิด เพื่อลดความเสี่ยงต่อผลกระทบด้านสุขภาพในช่วงที่ค่าฝุ่นยังคงสูงเกินมาตรฐาน