รวบคาด่าน! ขบวนการขน จีนเทา-สแกมเมอร์ ใช้รถติดตราสัญลักษณ์ราชการ หวังตบตาเจ้าหน้าที่

รวบคาด่าน! ขบวนการขน จีนเทา-สแกมเมอร์ ใช้รถติดตราสัญลักษณ์ราชการ หวังตบตาเจ้าหน้าที่

View icon 804
วันที่ 8 เม.ย. 2569 | 07.49 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
รวบคาด่าน! ขบวนการขน "จีนเทา-สแกมเมอร์" ใช้รถติดตราสัญลักษณ์ราชการ หวังตบตาเจ้าหน้าที่ เร่งขยายผลหาผู้บงการ หลังคนขับอ้าง รับชาวจีน ตามคำสั่งจาก หน.หน่วยงานที่สังกัด

ช่วงเย็นของวันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่ จ.กาญจนบุรี เจ้าหน้าที่สนธิกำลังร่วมระหว่างฝ่ายปกครองอำเภอทองผาภูมิ นำโดย นายอนุสรณ์ สง่าแสง นายอำเภอทองผาภูมิ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทองผาภูมิ, ตม.จว.กาญจนบุรี, ตชด.135 และทหารหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า ร่วมกันตั้งจุดตรวจความมั่นคงสามแยกทองผาภูมิ บนถนนทางหลวงหมายเลข 323 สายทองผาภูมิ-สังขละบุรี หลังได้รับรายงานจากสายลับว่าจะมีการลักลอบขนชาวจีนผ่านเส้นทางดังกล่าว

จากการตรวจสอบ พบรถยนต์กระบะโตโยต้า วีโก้ สีดำ ต้องสงสัยตามรายงาน โดยความผิดปกติอยู่ที่มีการติดตราสัญลักษณ์ของหน่วยงานราชการแห่งหนึ่งไว้ข้างประตูรถทั้ง 2 ด้าน เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณให้หยุดรถเพื่อขอตรวจค้น ผลการตรวจสอบและการจับกุม ภายในรถพบผู้ขับขี่คือ นายสาธิต อายุ 30 ปี ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี สวมชุดหน่วยงานราชการเดียวกันกับตราสัญลักษณ์ที่ติดอยู่ตรงประตูรถ และพบผู้โดยสารเป็นชาวจีนชื่อ MR.LONG TAO  อายุ 27 ปี สัญชาติจีน ที่นั่งมาด้วยกัน เมื่อตรวจสอบเอกสารปรากฏว่า ชาวจีนดังกล่าวไม่มีเอกสารแสดงตัวตน และไม่สามารถพูดภาษาไทยได้ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวทั้งหมดมาสอบสวน

โดยจากการสอบสวนเบื้องต้น นายสาธิต ผู้ขับขี่ให้การรับสารภาพว่า ได้รับคำสั่งจากหัวหน้าหน่วยงานอุทยานแห่งชาติ หน่วยหนึ่งที่ตนสังกัดอยู่ ให้ไปรับกลุ่มชาวจีนที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในตัวอำเภอทองผาภูมิเพื่อไปส่งยังจุดหมาย แต่ถูกจับกุมเสียก่อนเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา ผู้ขับขี่ ในข้อหาช่วยเหลือ ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ ให้บุคคลต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมายรอดพ้นจาก และผู้ต้องหาชาวจีน ในข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต

ทั้งนี้ ในส่วนของรถยนต์ที่มีการติดตราสัญลักษณ์หน่วยงานราชการ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องอย่างละเอียดอีกครั้ง หากพบว่ามีการนำรถหลวงมาใช้กระทำความผิด หรือมีการปลอมแปลงตราสัญลักษณ์ จะดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายขั้นเด็ดขาดกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง