พ่อค้าแม่ค้า พูดเป็นเสียงเดียวกัน เวลาเปิดปิดปั๊ม ไม่มีผล เพราะตอนนี้น้ำมันมีให้เติม แต่ราคาน้ำมันแพงมาก ส่วนค่าขนส่งที่มีการปรับขึ้น ผู้ใช้บริการต่างเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบัน จึงรับราคาที่ปรับขึ้นได้
ที่ตลาดศรีเมืองทอง ตลาดค้าส่งผักแห่งใหญ่ของจังหวัดขอนแก่น เป็นศูนย์กระจายผักออกไปทั้วทั้งอีสาน มีรถขนส่งผักจากพื้นที่เกษตร มาสู่พื้นตลาดเพื่อจำหน่าย
นางอุบล เบญจธารากุล อายุ 62 ปี แม่ค้าขายส่งผัก เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองขายส่งผักมาตั้งแต่ปี 35 โดยรับของจากทางจังหวัดเพชรบูรณ์ และจ.เลย มาขายที่ตลาดศรีเมืองทอง จ.ขอนแก่น ซึ่งระยะทางประมาณเกือบ 500 กิโลเมตร หากมีการกำหนดเวลาเปิดปิดปั๊มจริง หลังจากคนงานยกของที่บรรทุกมาลงจากรถเสร็จ ซึ่งปกติก็ไม่เกิน 19.00 น. จะให้นำรถไปเติมน้ำมันไว้ให้เต็มถัง เพื่อสำรองน้ำมันไว้ใช้ ตอนนี้ราคาก็โดดขึ้นไปเท่าตัว โดยรถหกล้อ ต้องเติมวันละ 4,000 บาท จากเดิม เติมเพียง 2,500 บาท ตอนนี้บางครั้งต้องเป็น 4,200 บาทถึงจะพอกับรอบการส่งของ ส่วนรถกระบะขนผักอีกคัน จาก 1,300 เป็น 2,300 บาท และลูกค้าที่มาซื้อของ แต่ก่อนจากที่มาซื้อของทุกวันปัจจุบันมาวันเว้นวัน เพราะก็ต้องประหยัดเงิน เพราะขายของไม่ได้
อยากให้ช่วยตรึงราคาน้ำมัน หรือลดหย่อนราคาลงมาหน่อยก็ยังดี และอยากให้ช่วยเกษตรกร ตอนนี้ผักไม่เป็นราคา ตอนนี้เเย่เหมือนกันหมด ช่วงนี้ถ้าไม่มีเจ้าประจำมาคอยช่วยซื้อก็คงแย่ ส่วนของที่เหลือจากเจ้าประจำ ก็ต้องขายแบบลดราคา เหลือเพียงเท่าทุน หรือราคาอยู่ที่บวกลบ 5 บาทจากทุน เพื่อระบายของออกให้หมด ซึ่งโชคยังดีที่ค้าขายมานานทำให้พอมีลูกค้าประจำกันเยอะพอสมควร ได้ขาย
ด้านนางสุภัทธา เรืองประยูร เจ้าของ หจก. ชูเจริญขนส่ง จำกัด ซึ่งเปิดให้บริการขนส่งสินค้าจากกรุงเทพฯ มาขอนแก่น มากว่า 30 ปี หลังจากราคาน้ำมันขึ้นก็กระทบโดยตรงกับบ.ขนส่ง ทำให้ต้องแบกต้นทุนราคาน้ำมันไว้ ซึ่งหากจะมีการปิดปั๊ม 22.00 น. ถึง 05.00 น.ของวันถัดไป ตนเองมองว่าก็ไม่น่ามีปัญหา เพราะช่วงนี้ น้ำมันไม่ขาดแคลนแล้ว แต่ราคาแพงขึ้นมาก ซึ่งคนขับรถก็จะรู้ว่าจะต้องทำยังไง โดยทางบริษัท รับส่งของ อาจต้องมีการปรับราคาค่าขน/ส่ง แต่ก็ไม่ได้ขึ้นมาก เพราะหากปรับราคาขึ้นมาก ลูกค้าซื้อของแพงแล้ว ยังต้องจ่ายค่าส่งของเพิ่มอีก บางทีคนส่งก็รับไม่ไหว
โดยปกติ ทางบริษัท จะคิดค่าบริการเป็นชิ้น โดยประเมินจากขนาดของวัสดุที่มาส่ง ราคาเริ่มต้นกล่องละ 15 บาท ส่วนที่โดยการปรับราคาก็ไม่ได้ปรับมาก เพียง 5 บาท ซึ่งก็ไม่ได้ปรับขึ้นทุกตัว ราคาที่ขึ้นก็ไม่ได้มากมาย พอลูกค้ารับได้ เราอยู่ได้ เป็นการช่วยกัน
ส่วนการปรับเวลาเปิดปิดปั๊ม มองว่า ถ้ามีการประกาศล่วงหน้าคงไม่กระทบ เพราะรถแต่ละคันก่อนออกเดินทางต้องเติมให้เต็มอยู่แล้ว เช่นหากปิด สี่ทุ่ม ก่อนสี่ทุ่มคนขับก็ต้องไปเติมให้เต็มถังไว้ อีกทั้งคนขับ แต่ละระยะ แต่ละเที่ยว ต้องรู้ว่า การขับรถ ขึ้นมาส่งของและกลับลงไปยังบริษัท ต้องใช้เท่าใด เช่น 150 -200 ลิตร เพราะถังน้ำมันรถบรรทุก มีขนาดประมาณ 250-300 ลิตร บริษัทที่มีกำลังทรัพย์ ก็อาจเติมเต็มถังไว้ทุกครั้ง เวลาปิดเปิดที่ตั้งขึ้นมาก็ไม่น่ากระทบ เพราะ “ตอนนี้น้ำมันไม่ได้ขาดเเคลน มีให้เติม แต่ราคามันแพงมาก “
ในขณะที่ พนักงานบริษัท ธนามัย ขนส่ง จำกัด รับขนส่งสินค้าด่วนทั่วอีสาน ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากราคาน้ำมันมีการปรับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อวันที่1เมษายนที่ผ่านมา ทางบริษัทได้มีการปรับอัตราค่าฝากส่งพัสดุขึ้นไปแล้ว ประมาณ 20 บาทต่อชิ้น ต่อระยะทาง เพราะแบกรับภาระค่าน้ำมันที่แพงขึ้นไม่ไหว แต่ก็อยู่ในลิมิตที่ผู้ใช้บริการยอมรับได้ เพราะทุกคนเห็นอยู่แล้วว่าค่าใช้จ่ายมันสูงขึ้นจริง ทางลูกค้าจึงไม่ได้ว่าอย่างไร ต่างเข้าใจกัน โดยราคาค่าส่ง คิดตามขนาดและน้ำหนักของสินค้า รวมถึงระยะปลายทางที่ต้องนำส่งสินค้านั้นๆ ก็จะนำมาคิดเป็นค่าขนส่งด้วย เริ่มต้นที่ประมาณ 60 ,80 ,100 ก็ปรับเป็น 80 ,100 ,120 บาทต่อชิ้น ทั้งนี้ของที่ชิ้นใหญ่ขึ้น ราคาขนส่งก็จะยิ่งแพงขึ้นตามไปด้วย
ส่วนการเปิดปิดเวลาการให้เติมน้ำมัน คงไม่ส่งกระทบเท่าใดนัก เพราะก่อนเดินทางทุกครั้ง ก็ต้องมีการเติมน้ำมันไว้เต็มถัง มีการคำนวณระยะทางในการเดินทาง และอัตราการสิ้นเปลืองคร่าวๆ เทียบกับปริมาณน้ำมันที่เติม ซึ่งมีการคำนวนระยะทาง และอัตราการสิ้นเปลืองคร่าวๆ เพื่อคำนวณจุดปั๊มน้ำมันที่ต้องประสานงานไว้ เพื่อไม่ให้กระทบกับระยะเวลาในการขนส่ง แต่ตอนนี้ไม่ค่อยกังวนเรื่องเวลาเปิดปิด เพราะตอนนี้น้ำมันราคาแพงมาก ทำให้มีปริมาณน้ำมันพอเพียงตลอดเส้นทางของการรับส่งของ ของบริษัท