ชาวอิหร่านรวมตัวโบกธงบนท้องถนน ขณะที่บางคนจุดไฟเผาธงชาติสหรัฐฯ และอิสราเอล หลังจากทางสหรัฐฯ ตกลงเลื่อนเส้นตายหยุดโจมตีอิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์
วันนี้ (8 เม.ย. 69) หลังจากที่นายกฯ ปากีสถาน เรียกร้องให้ “ทรัมป์” เลื่อนเส้นตายออกไปเป็นเวลา 2 สัปดาห์ และเรียกร้องให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซเช่นกัน ซึ่งทางสหรัฐฯ และอิหร่านตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ และทางอิหร่านได้เสนอข้อเสนอ 10 ข้อ ให้ทางสหรัฐฯ พิจารณาและเชื่อว่าเป็นบรรทัดฐานที่นำมาใช้เจรจาต่อได้
เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ประชาชนชาวอิหร่านได้ออกมารวมตัวกันบนท้องถนนในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของประเทศอิหร่าน แสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ขณะที่บางคนได้ทำการเผาธงชาติของสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งการรวมตัวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่สภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน ได้ออกมาอ้างว่า การที่ประธานาธิบดี โดนัล ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยอมรับเงื่อนไขของอิหร่านในการยุติการสู้รบ ถือว่าข้อตกลงนี้เป็น “ชัยชนะ” เหนือสหรัฐฯ
ขณะที่ชาวอิหร่านบางส่วนตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับจุดประสงค์ของการหยุดยิงกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ซึ่งทางชาวอิหร่านคนหนึ่งกล่าวว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้สหรัฐฯ จัดระเบียบใหม่และซื้อเวลาให้กับอิสราเอล
สภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่านพรรณนาข้อตกลงนี้ว่าเป็นชัยชนะเหนือสหรัฐฯ โดยอ้างว่าทรัมป์ยอมรับเงื่อนไขของอิหร่านในการยุติการสู้รบ ในขณะเดียวกัน โฆษกทำเนียบขาว คาโรลีน ลีวิตต์ กล่าวว่า "ความจริงก็คือ ประธานาธิบดีทรัมป์และกองทัพที่ทรงพลังของเราได้ทำให้อิหร่านตกลงที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และการเจรจาจะดำเนินต่อไป
ทั้งนี้ สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งดำเนินมาเป็นเวลากว่า 1 เดือนแล้ว ได้คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 5,000 คนในเกือบ 10 ประเทศ