เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Gerald R. Ford ของกองทัพสหรัฐฯ เตรียมเดินทางจากตะวันออกกลางกลับประเทศ หลังถูกส่งไปประจำการนาน 10 เดือน ท่ามกลางการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่หยุดชะงักไป
วันนี้ (30 เม.ย. 69) สำนักข่าวเดอะ วอชิงตัน โพสต์ (The Washington Post) รายงานว่า เรือบรรทุกเครื่องบินรบ USS Gerald R. Ford ของสหรัฐฯ เตรียมแล่นออกจากตะวันออกกลางและเดินทางกลับสหรัฐฯ ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า นับเป็นการลดภาระให้ทหารเรือประมาณ 4,500 นาย ที่ถูกส่งไปประจำการนานถึง 10 เดือน แต่นี่เป็นการสูญเสียกำลังรบที่สำคัญในขณะที่การเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านหยุดชะงักไป
โดยกองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีฟอร์ด (Ford Carrier Strike Group) เริ่มปฏิบัติภารกิจเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2568 โดยออกเดินทางจากรัฐเวอร์จิเนีย ประเทศสหรัฐฯ ไปยังพื้นที่รับผิดชอบของกองบัญชาการประจำพื้นที่ยุโรปของสหรัฐฯ ต่อมาได้เดินทางไปประจำการในภูมิภาคลาตินอเมริกาเพื่อปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด ก่อนเดินทางต่อไปประจำการที่ตะวันออกกลาง ขณะที่ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้น
เรือบรรทุกเครื่องบินรบลำนี้เป็นหนึ่งในเรือบรรทุกเครื่องบินรบ 3 ลำของสหรัฐฯ ที่ปฏิบัติการอยู่ในตะวันออกกลาง ร่วมกับเรือUSS George H.W. Bush และเรือ USS Abraham Lincoln
ด้าน Axios สื่อออนไลน์ของสหรัฐฯ รายงานว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เตรียมรับฟังกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ บรรยายสรุปเกี่ยวกับแผนการใหม่สำหรับปฏิบัติการทางทหารที่อาจเกิดขึ้นในอิหร่านในวันพฤหัสบดี (30 เม.ย. 69) ซึ่งการฟังบรรยายสรุปครั้งนี้บ่งชี้ว่า “โดนัล ทรัมป์” กำลังพิจารณาอย่างจริงจังที่จะกลับมาปฏิบัติการรบครั้งใหญ่
ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวอ้างแหล่งข่าว 3 แหล่งที่ทราบเรื่องนี้ ระบุว่า กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ได้เตรียมแผนการโจมตีอิหร่านแบบ "สั้นและรุนแรง" ซึ่งอาจรวมถึงเป้าหมายด้านโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อคลี่คลายทางตันในการเจรจา