สีหศักดิ์ บินโอมาน ขอให้ช่วยเจรจา 9 เรือสินค้าไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

สีหศักดิ์ บินโอมาน ขอให้ช่วยเจรจา 9 เรือสินค้าไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

View icon 64
วันที่ 8 เม.ย. 2569 | 17.59 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
สีหศักดิ์ หวัง สหรัฐฯ-อิหร่าน หยุดยิงถาวร เจรจาจริงจังสร้างสันติ เผย เตรียมบินโอมาน 15-16 เม.ย.นี้ ขอให้ช่วยเจรจาเปิดทาง 9 เรือสินค้าไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อย่างปลอดภัย

วันนี้ (8 เม.ย.69) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี  และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึง สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ว่า ตอนนี้ทั้ง 2 ฝ่ายได้มีข้อตกลงหยุดยิงกันเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะเป็นก้าวสำคัญที่จะหยุดยิงถาวรยั่งยืน และเป็นก้าวสำคัญในการสร้างสันติภาพในตะวันออกกลาง ซึ่งนำไปสู่การเจรจาอย่างจริงจัง และจริงใจ  ซึ่งไทยให้การสนับสนุนแนวทางนี้ อย่างไรก็ตาม สงครามครั้งนี้ สร้างความเสียหายอย่างมาก ไม่ใช่แค่ ในตะวันออกกลาง เท่านั้น แต่กระจายไปทั่วโลก  โดยเฉพาะผลกระทบต่อราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น และหาได้ยากขึ้น

นายสีหศักดิ์ เปิดเผยด้วยว่า ในวันที่ 15-16 เม.ย.นี้ ตนจะเดินทางไปประเทศโอมาน  ตามคำเชิญของ ซัยยิด บัดร์ บิน ฮาหมัด อัล บูไซดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศโอมาน เพื่อขอบคุณที่โอมานช่วยประสานการช่วยเหลือลูกเรือมยุรีนารี  20 คน ได้อย่างปลอดภัย แต่ก็น่าเสียใจที่หน่วยกู้ภัยพบว่าอีก 3 คนที่อยู่บนเรือเสียชีวิตแล้ว  ขณะเดียวกันประเด็นที่สำคัญ คือตอนนี้โอมาน และ อิหร่าน มีการหารือกันที่จะร่วมกับบริหารการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ให้มีความปลอดภัย ก็จะใช้โอกาสนี้ติดตามว่า การหารือดังกล่าวมีความคืบหน้าอย่างไร หวังว่า 2 สัปดาห์หลังจากนี้ไปจะบรรลุการพูดคุย 

นอกจากนี้ ขณะนี้มีเรือขนส่งสินค้าของไทย จำนวน 9 ลำ ที่รอสัญญาณให้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ก็จะใช้โอกาสนี้ ขอให้เรือไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ โดยเฉพาะเรือบรรทุกปุ๋ย และถึงแม้ว่าจะมีข้อหยุดยิงแล้วเป็นเวลา 2 สัปดาห์ แต่สถานการณ์ยังมีความไม่มีความแน่นอน จึงขอให้คนไทยในตะวันออกกลางใช้โอกาสนี้เดินทางกลับ โดยให้รีบติดต่อสถานทูตในประเทศที่ตนเองพำนักอยู่ หากใครที่ต้องการความช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่าย ก็มีกองทุนที่จะนำมาใช้

สำหรับความร่วมมือในภูมิภาคอาเซียน เพื่อรับมือและร่วมกันหาแนวทางช่วยเหลือซึ่งกันและกัน นายสีหศักดิ์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 13 เม.ย.นี้ จะมีการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอาเซียน ก็จะใช้โอกาสนี้ติดตามสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง  และหาแนวทางการรับมือกับสถานการณ์พลังงาน อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าทุกประเทศเห็นตรงกันว่าสถานการณ์ในขณะนี้ควรเข้าสู่กระบวนการเจรจาเพื่อยุติสงคราม และนำสันติภาพกลับคืนมา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง