หมอไทยเจ๋ง บอลลูนขยายหลอดเลือดปอด ทางเลือกใหม่ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่

หมอไทยเจ๋ง บอลลูนขยายหลอดเลือดปอด ทางเลือกใหม่ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่

View icon 11
วันที่ 1 พ.ค. 2569 | 12.10 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
สำเร็จครั้งแรก สถาบันโรคทรวงอกชูนวัตกรรม “บอลลูนขยายหลอดเลือดปอด” (BPA) ทางเลือกใหม่ช่วยผู้ป่วยลิ่มเลือดอุดกั้นเรื้อรัง หายเหนื่อยได้โดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ รักษาแล้ว 3 ราย ไม่มีภาวะแทรกซ้อน มีแผนจะขยายผลการรักษาให้ครอบคลุมผู้ป่วยอย่างน้อย 10 ราย ภายในปีนี้

นพ.ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โรคความดันเลือดในปอดสูงจากลิ่มเลือดอุดกั้นเรื้อรัง เป็นภาวะความดันโลหิตสูงในปอดชนิดพิเศษที่เกิดจากการอุดตันเรื้อรังของหลอดเลือดในปอด ผู้ป่วยมักมีอาการ เหนื่อยง่ายขณะออกแรง หรือสมรรถภาพในการออกกำลังกายลดลง อ่อนเพลีย ไอรุนแรง หรือบางครั้งไอเป็นเลือด แน่นหน้าอก เวียนศีรษะ หรือเป็นลมหมดสติ มีอาการบวมที่เท้า ข้อเท้า หรือท้อง ในระยะที่เริ่มมีภาวะหัวใจล้มเหลว รวมทั้งมีข้อจำกัดในการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก

พญ.จุฑาทิพย์  ณ วิทยานันท์ นายแพทย์ชำนาญการ และนายแพทย์พีรธัช โรจนพันธุ์ นายแพทย์ชำนาญการ สถาบันโรคทรวงอก กล่าวว่า การรักษาผู้ป่วยโรคความดันเลือดในปอดสูงจากลิ่มเลือดอุดกันเรื้อรัง การรักษาหลัก คือ การผ่าตัดเพื่อลอกลิ่มเลือด สามารถทำได้ในผู้ป่วยแค่บางรายที่มีลิ่มเลือดอยู่ในเส้นเลือดแดงหลักเท่านั้น ซึ่งมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ หรือผ่าตัดแล้วยังมีรอยโรคหลงเหลืออยู่ นอกจากนั้นยาลดความดันในปอดยังมีราคาที่สูง ทำให้ผู้ป่วยส่วนมากได้รับเพียงยาละลายลิ่มเลือด และยังมีอาการเหนื่อยง่าย ส่งผลกับการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วยเอง

ปัจจุบันสถาบันโรคทรวงอกได้นำนวัตกรรมใหม่เพื่อรักษาผู้ป่วย CTEPH ด้วยหัตถการ Balloon Pulmonary Angioplasty (BPA)  หรือ การทำหัตถการขยายเส้นเลือดแดงในปอดด้วยบอลลูนผ่านสายสวน ในการทำ BPA เป็นการรักษาหลักสำหรับผู้ป่วยที่ทำการผ่าตัดเพื่อลอกลิ่มเลือด (PTE) ไม่ได้ หรือในผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัด PTE แล้วยังมีรอยโรคหลงเหลือ

นวัตกรรมนี้จะช่วยลดความดันเลือดในปอด และลดอาการเหนื่อยของผู้ป่วยนอกเหนือจากการรักษาด้วยยา ซึ่งหัตถการ BPA  แพทย์จะใช้เทคนิคการสอดสายสวนขนาดเล็กเพื่อเข้าไปขยายจุดที่ตีบตันในปอดโดยตรง ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ลดความดันในปอด และบรรเทาอาการเหนื่อยหอบได้อย่างเห็นผลชัดเจน โดยที่ผู้ป่วยไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัดเปิดทรวงอก ทำให้ลดความเสี่ยงและระยะเวลาพักฟื้น

จากการดำเนินงานที่ผ่านมา สถาบันโรคทรวงอกประสบความสำเร็จในการรักษาผู้ป่วยไปแล้ว 3 ราย โดยไม่มีภาวะแทรกซ้อน และมีแผนที่จะขยายผลการรักษาให้ครอบคลุมผู้ป่วยอย่างน้อย 10 ราย ภายในปีนี้ ความสำเร็จครั้งนี้เป็นผลงานร่วมกันของทีมสหสาขาวิชาชีพ ทั้งอายุรแพทย์หัวใจและปอดที่ช่วยดูแลเรื่องการปรับยา ทีมพยาบาล นักกายภาพบำบัดที่ช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพปอด และทีมศัลยแพทย์ทรวงอกที่พร้อมสนับสนุนตลอด 24 ชั่วโมงหากเกิดกรณีฉุกเฉิน โดยผู้ป่วยจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดและเป็นระบบในทุกขั้นตอน ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการรักษา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง