ข่าวภาคค่ำ - วันนี้จะพาไปดูอาณาจักรของแก๊งคอลเซนเตอร์ ภัยคุกคามระดับโลก ที่เนรมิตสร้างสวรรค์ให้กับนายทุนสีเทา แต่ทำให้เป็นนรกของเหยื่อการหลอกลวง ติดตามจากรายงานพิเศษ คุณอนันตชัย วัชรเสถียร
สแกมเมอร์ อาชญากรรมใกล้ตัว ที่ไม่ได้มาแค่หลอก แต่คือ การล่าเหยื่อ ได้ขยายอาณาจักรการหลอกลวงไปทั่วทุกมุมโลก
และหนึ่งในอาณาจักรเหล่านี้ กลับอยู่ไม่ไกลจากเขตแดนไทย หลังมาได้รู้ความจริง เมื่อทหารไทยสามารถเข้าควบคุมพื้นที่ "โอร์เสม็ด" ตรงข้ามด่านช่องจอม สุรินทร์ ไว้ได้ เมื่อช่วงการสู้รบรอบที่ 2 หลังทหารกัมพูชา ใช้เป็นฐานปฏิบัติการ
โดยอาณาจักร บนที่ดิน 500 ไร่ ที่เหลือแต่ความร้างเปล่าแห่งนี้ ตั้งตระหง่านอยู่พร้อมอาคารนับร้อยหลัง แต่นี่ไม่ใช่เขตเศรษฐกิจเพื่อความมั่งคั่ง... แต่มันคือ "โรงงานนรก" ที่กักขังแรงงานทาส เพื่อใช้เป็นเครื่องมือหลอกลวงคนทั่วโลก
โดยภายในสำนักงาน มีอุปกรณ์ครบครัน รวมถึงเอกสาร ที่ใช้สอนวิธีการพูดหลอกเหยื่อหลากรูปแบบ ทั้งการปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ การหลอกทำธุรกรรมออนไลน์ หรือหลอกให้รัก ก่อนชวนลงทุน
ประสิทธิภาพการทำงาน จะพิสูจน์คุณค่าการดำรงอยู่ของคุณ คือคำขู่ ที่ถูกติดข้างฝาผนัง ไว้คอยเตือนใจเหล่า แรงงานทาส ที่ต้องลวงเหยื่อให้ได้เม็ดเงิน ให้เป็นไปตามเป้าหมาย
หากทำไม่ได้ ต้องถูกซ้อมทรมาน ก่อนจะนำไปขังไว้คุกใต้ดิน ในห้องสี่เหลี่ยมแคบ ๆ ที่มีเพียงแสงไฟจากหลอดนีออน กับขวดน้ำเปล่า ๆ ไว้ปัสสาวะเท่านั้น ซึ่งสอดคล้องกับรายงานจากแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ที่ชี้ให้เห็นว่า
มีกาสิโนอย่างน้อย 12 แห่งในกัมพูชาเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง จากคำให้การของผู้รอดชีวิตกว่า 58 ราย
แต่ถัดออกไปอีกหนึ่งโซน กลับเห็นภาพความเหลื่อมล้ำที่สุดขั้ว Entertainment Complex ครบวงจร อาณาจักรที่รวมเอาทุกอบายมุขมาไว้ในที่เดียว ทั้งกาสิโนหรูหรา แหล่งท่องเที่ยวยามราตรี และสถานบริการที่พร้อมปรนเปรอนายทุน ที่เหล่าแรงงานทาส ไม่มีสิทธิที่จะได้เข้ามา
และแม้ทหารไทย จะเข้าควบคุมพื้นที่นี้ไว้ได้ แต่ความจริงที่น่ากลัวคือ ขบวนการสแกมเมอร์เหล่านี้ไม่ได้หายไป เพียงแค่ "ย้ายฐาน" เท่านั้น การรู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมที่ปรับเปลี่ยนตลอดเวลา ไม่ใช่แค่เรื่องของข้อมูล แต่มันคือการสร้าง "เกราะป้องกัน" ที่แข็งแกร่งที่สุด เพื่อไม่ให้ตัวเรา หรือคนที่เรารัก ต้องตกเป็นเหยื่อรายต่อไป