สนามข่าว 7 สี - ที่ จังหวัดสมุทรสงคราม ตลาดร่มหุบซบเซา นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติหาย ค้าขายแทบไม่ได้ วอนรัฐบาลช่วยแก้ไข
บรรยากาศในตลาดร่มหุบค่อนข้างเงียบเหงา หลังจากน้ำมันปรับราคาขึ้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้คึกคักแทบทุกวัน พ่อค้า บอกว่า ตั้งแต่มีการสู้รบระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ นักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางก็ไม่ได้เดินทางมา และมาเจอน้ำมันขึ้นราคาอีก นักท่องเที่ยวไทยที่เคยมาเที่ยวก็เลยหายไปด้วย ทำให้บางร้านต้องปิดร้านบ้างเพราะสู้สภาวะการขาดทุนไม่ไหว ทำให้ตลาดเงียบเหงาอย่างที่เห็น ค้าขายแทบไม่ได้
ส่วนที่ ตลาดสดเทศบาลนครตรัง บรรยากาศค่อนข้างเงียบเหงา แทบไม่มีคนเข้ามาจับจ่ายซื้อสินค้า มีเพียงพ่อค้าแม่ค้านั่งเฝ้าแผง ขณะที่ต้นทุนสินค้าปรับสูงขึ้น ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประหยัดมากขึ้น จับจ่ายน้อยลง เดินทางเฉพาะที่จำเป็น ทำให้ตลาดที่เคยมีคนจับจ่ายซื้อสินค้าบางตา หลายร้านบางวันขายสินค้าไม่ได้
เจ้าของร้านขายของชำ บอกว่า พฤติกรรมของลูกค้าเปลี่ยนไป ประหยัดมากขึ้น เริ่มใช้จ่ายน้อยลง เดินตลาดน้อยลง ปรับเปลี่ยนจากที่เคยมาตลาดทุกวัน เปลี่ยนเป็นมาวันเว้นวัน ถ้าสงครามยืดเยื้อมีผลกระทบแน่นอน พลาสติกเจ้าใหญ่มีพลาสติกแค่เดือนมิถุนายนเท่านั้น ถ้าเม็ดพลาสติกล็อตนี้หมดก็จะไม่มีพลาสติกในตลาดเลย
ส่วนที่ จังหวัดศรีสะเกษ แหล่งปลูกทุเรียนที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่ปลูกทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษกว่า 20,000 ไร่ เริ่มได้รับผลกระทบ
นายทศพล ศรีสุระ เกษตรกรชาวสวนทุเรียนในอำเภอกันทรลักษ์ เปิดเผยว่า ทำสวนทุเรียน 15 ไร่ ปีทีแล้วได้ผลผลิตขายได้ประมาณ 2.3 ล้านบาท แต่ปีนี้เจอปัญหาอุปสรรค ทั้งสงครามไทย-กัมพูชา ปัญหาราคาปุ๋ยที่สูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ปัญหาอากาศร้อนกว่าปีที่แล้ว อะไร ๆ ก็มีแต่ขึ้น แต่ค่าแรงและราคาผลผลิตไม่ขึ้นตาม เป็นไปได้อยากให้ทางรัฐบาลเข้ามาช่วยประกันราคาทุเรียน