ป.ป.ช. ขนสำนวน 10 ลังคดี 44 สส.ก้าวไกล ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง กรณีเสนอแก้ ม. 112 ส่งศาลฎีกา ยัน พิจารณาตามเนื้อหาและพฤติการณ์
วันนี้ (9 เม.ย.69) ที่ศาลฎีกา ถนนราชดำเนิน เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นำสำนวนคดีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม กรณี 44 สส.พรรคก้าวไกล ลงชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จำนวนหลาย 10 ลัง ขนขึ้นรถตู้ 3 คัน มาส่งให้ศาลฎีกาพิจารณา โดยเวลา 09.15 น. พบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจศาลและเจ้าหน้าที่ศาลใช้รถเข็นทยอยขนลังสำนวนขึ้นไปยังอาคารศาลฎีกา ขณะที่เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. และเจ้าหน้าที่ศาลตรวจเช็กจำนวนสำนวน ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ
ต่อมา สำนักงาน ป.ป.ช. ออกเอกสารว่า การดำเนินคดีกรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงต่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กับพวก รวม 44 คน นั้น แม้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จะบัญญัติให้สิทธิในการเสนอแก้ไขกฎหมายเป็นอำนาจของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ตาม แต่การพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในเรื่องดังกล่าว มุ่งพิจารณาถึงเนื้อหาของกฎหมายที่ผู้ถูกร้องได้นำเสนอ และพฤติการณ์แห่งการกระทำของผู้ถูกร้องทั้ง 44 คนว่ามีความไม่สมควรประการใด โดยบุคคลผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ควรมีมาตรฐานทางจริยธรรมในการปฏิบัติตนเช่นใด และสมควรกระทำหรือไม่เกี่ยวกับเนื้อหาแห่งร่างกฎหมายที่เสนอกับพฤติกรรมอื่น ๆ ที่แสดงออก ซึ่งเป็นสาระสำคัญในการยื่นคำร้องคดีนี้
โดยผู้ถูกร้องซึ่งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะต้องมีมาตรฐานทางจริยธรรม ที่จะไม่กระทำการฝ่าฝืนต่อกฎหมายหรือกระทำการที่ไม่สมควร โดยในการพิจารณาคดีนี้ตั้งแต่ในชั้นรับเรื่องจนถึงวันที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้วินิจฉัยกรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงและยื่นคำร้องต่อศาล ได้ดำเนินการให้เป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้กำหนดไว้ตั้งแต่ในชั้นรับเรื่องแล้ว และมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรอบระยะเวลาของทางการเมืองแต่ประการใด
สำหรับผู้ถูกร้องซึ่งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ในวันที่ยื่นคำร้องคดีนี้ จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่นั้น เป็นอำนาจของศาลฎีกาที่จะพิจารณาและมีคำสั่งในเรื่องดังกล่าวต่อไป