เวลา 09.33 น. วันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ เจ้าจอม พลโทหญิง ท่านผู้หญิงอรอนงค์ ปิยนาฏวชิรพัทธ์ เป็นผู้แทนพระองค์ไปในพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี ในงานประเพณีบุญผะเหวด ณ วัดฝั่งแดง อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด
ในการนี้ ผู้แทนพระองค์ เชิญผ้าไตรนำขบวน โดยมีพระวอสีวิกากาญจน์ เชิญพุ่มหงส์ทอง พุ่มหงส์เงิน และเงินพระราชทาน พร้อมขบวนผ้าป่าสามัคคีไปยังศาลาการเปรียญ ซึ่งพระวอสีวิกากาญจน์ เป็นพระราชยานประทับราบลักษณะทรงเรือนกัญญา (หลังคาแบบเรือนไทยราบ) มีสี่เสา หลังคาสองชั้น ประดับช่อฟ้าใบระกานาคสะดุ้งและหางหงส์เป็นรูปนาคสามเศียร มีพนักกั้นโดยรอบ เว้นช่องว่างสำหรับขึ้นลงทั้งสองข้าง ตัวพนักทำด้วยงาแกะสลัก มีคานหามสองคาน สำหรับผูกสาแหรก หัวเม็ดที่ปลายคานทั้งสองข้างทำด้วยงา ซึ่งใช้เป็นราชยานสำหรับเจ้านายฝ่ายในและพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ ในขบวนเสด็จพยุหยาตราทางสถลมารค และเป็นพระราชยานในการเชิญพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จากพระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง ไปยังพระบรมมหาราชวัง ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ และใช้ในพระราชพิธีสำคัญ
เมื่อถึงศาลาการเปรียญ ผู้แทนพระองค์ ถวายพุ่มหงส์ทอง พุ่มหงส์เงิน และเงินพระราชทาน พร้อมพุ่มเงินผ้าป่าพระตำหนักราชฤทธิ์รุ่งโรจน์ ปิยนาฏวชิรพัทธ์ แด่พระครูสังฆรักษ์วิชา อรุโณ เจ้าอาวาสวัด กับประเคนผ้าไตรแด่พระสงฆ์ 10 รูป และกรวดน้ำ โดยปัจจัยในครั้งนี้จะนำไปใช้ในการก่อสร้างอุโบสถของวัด เพื่อให้พระสงฆ์มีสถานที่ประกอบศาสนกิจทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ปัจจุบัน วัดฝั่งแดง เป็นวัดสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีพระสงฆ์ จำนวน 6 รูป
ทั้งนี้ งานประเพณีบุญผะเหวด หรือ บุญมหาชาติ เป็น 1 ในประเพณีฮีต 12 ตามวิถีวัฒนธรรมของชาวอีสาน โดยจัดอยู่ในฮีตที่ 4 หรือบุญเดือนสี่ จัดขึ้นเพื่อฟังเทศน์มหาชาติหรือพระเวสสันดรชาดกทั้ง 13 กัณฑ์ให้จบภายในวันเดียว โดยเชื่อกันว่าจะได้รับอานิสงส์มากและได้เกิดร่วมศาสนาของพระศรีอริยเมตไตรย
เสร็จแล้ว ไปตรวจเยี่ยมการก่อสร้างศูนย์กีฬา ตำบลอุ่มเม้า (บ้านฝั่งแดง) ซึ่งจังหวัดร้อยเอ็ด ได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพด้านกีฬาและนันทนาการเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความสามัคคีของประชาชนในระดับท้องถิ่นตามแนวทางของแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ 7 และยุทธศาสตร์การพัฒนากีฬาผ่าน 3 เสาหลัก จึงจัดตั้งศูนย์กีฬาฯ แห่งนี้ขึ้น เพื่อเป็นสถานที่สำหรับเล่นกีฬา ออกกำลังกาย และจัดกิจกรรมนันทนาการต่าง ๆ โดยจะแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายน 2569
โอกาสนี้ มอบเงินและกระเช้าพระราชทานแก่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด และผู้แทนศูนย์กีฬาฯ
จากนั้น ผู้แทนพระองค์ เดินทางไปยังวัดท่าสะแบง อำเภอทุ่งเขาหลวง ในการนี้ จุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศบูชาพระพุทธสหิงหงษา (หลวงพ่อแสนคำ) แล้วประกอบพิธีสรงน้ำสงกรานต์พระราชทาน และห่มผ้าสะพักถวายแด่พระพุทธสหิงหงษา (หลวงพ่อแสนคำ) ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานไปถวายเนื่องในเทศกาลสงกรานต์
วัดท่าสะแบง สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย สร้างขึ้นเมื่อปี 2303 บริเวณป่าต้นตาลของชุมชนเดิมชื่อ "วัดตาล" ปัจจุบัน ที่ดินดังกล่าวที่ใช้สร้างวัด ได้ยกให้กับฝ่ายส่งน้ำกรมชลประทานทุ่งแซงบาดาล โดยเป็นที่ทำการของฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 โครงการชลประทานจังหวัดร้อยเอ็ด ต่อมาในปี 2405 ได้จัดตั้งขึ้นเป็นวัด และเปลี่ยนชื่อเป็น "วัดตาลท่าสะแบง" พร้อมกับย้ายที่ตั้งวัดมาอยู่ในพื้นที่กลางหมู่บ้านเพื่อให้ชาวบ้านสะดวกต่อการประกอบศาสนกิจและกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา โดยได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ในปี 2481 และเปลี่ยนชื่อเป็น "วัดท่าสะแบง" ภายในวัดมีเสนาสนะที่สำคัญ ประกอบด้วย อุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ และวิหาร ปัจจุบัน มีพระครูสุทธิวโรภาส เป็นเจ้าอาวาสวัดและรองเจ้าคณะอำเภอทุ่งเขาหลวง มีพระสงฆ์ 14 รูป