องคมนตรี ประชุมคณะกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง ครั้งที่ 2/2569

View icon 19
วันที่ 16 มิ.ย. 2569 | 20.08 น.
ข่าวในพระราชสำนัก
แชร์
พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานกรรมการมูลนิธิโครงการหลวง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง ครั้งที่ 2/2569 ณ อาคารรับรอง 606 สนามเสือป่า สำนักพระราชวัง โดยมี พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี คณะกรรมการบริหาร และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน และขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่สูง ตามแนวพระราชดำริให้เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืน โดยประธานแจ้งต่อที่ประชุมว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้นำชื่อ "ควีนสุทิดา" (Queen Suthida) เป็นนามกุหลาบสายพันธุ์ใหม่ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระราชทานนามแก้วมังกรสายพันธุ์ใหม่ว่า "Princess Sirivannavari Dragon Fruit" นับเป็นขวัญกำลังใจสำคัญต่อการดำเนินงานวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชของมูลนิธิโครงการหลวง

โดยในช่วง 8 เดือนของปีงบประมาณ 2569 สามารถขับเคลื่อนแผนงานได้กว่าร้อยละ 72 ของเป้าหมายทั้งปี มีผลงานเด่น เช่น การวิจัยและขยายพันธุ์พืชพระราชทานเอเดลไวส์ การพัฒนากุหลาบควีนสุทิดา และแก้วมังกรสีเหลือง การอนุรักษ์ป่าชาโบราณ การผลักดันการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) กาแฟในพื้นที่โครงการหลวง ตลอดจนถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ประชาชนและเยาวชนอย่างต่อเนื่อง ด้านการพัฒนาชุมชน ได้พัฒนาชุมชนต้นแบบแล้ว 8 ชุมชน ส่งเสริมการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ควบคู่กับการสร้างอาชีพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้แก่เกษตรกรสมาชิก กว่า 10,000 คน สร้างรายได้คืนเกษตรกรกว่า 693 ล้านบาท พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และขยายโอกาสทางการตลาด

สำหรับศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ จังหวัดตาก ศูนย์ต้นแบบแห่งแรกในรัชสมัยปัจจุบัน มีผลการดำเนินงานตามแผนแม่บท ก้าวหน้าร้อยละ 83 ส่วนความก้าวหน้าผลการดำเนินงานสถานีวิจัยการเกษตรและพัฒนาโครงการหลวงโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ขยายผลแนวทางการพัฒนาจากพื้นที่สูงสู่พื้นที่ราบสูงแห่งแรกในรัชสมัย ตามแผนเร่งด่วน ระยะเวลา 1 ปี มีความก้าวหน้าร้อยละ 90 นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณารูปแบบ และกิจกรรมที่จะเข้าร่วมการประชุม 2026 IMF-World Group Annual Meetings ด้วย

โดย องคมนตรี ได้เน้นย้ำว่าการดำเนินงานของมูลนิธิฯ ยึดกรอบพระบรมราโชบายของพระมหากษัตริย์ทั้งสองพระองค์เป็นแนวทางสำคัญ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม และสร้างประโยชน์แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน

ข่าวอื่นในหมวด