สุดช็อก! เจอโครงกระดูกในเตาเผาถ่าน คาดเป็นเพื่อนที่หายไป

สุดช็อก! เจอโครงกระดูกในเตาเผาถ่าน คาดเป็นเพื่อนที่หายไป

View icon 122
วันที่ 13 เม.ย. 2569 | 08.45 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ชายเผาถ่านหายตัวไป เพื่อน-ครอบครัว ออกตามหา เจอโครงกระดูกในเตาเผาถ่าน คาดเป็นเจ้าตัว ด้านพี่สาว ช็อก! เผย น้องชายแข็งแรงดี และไม่เคยมีเรื่องกับใคร ตำรวจเร่งส่งพิสูจน์อัตลักษณ์

วันนี้ (13 เม.ย.69) ผู้สื่อข่าวรายานว่า ค่ำวานนี้  พ.ต.ท.หญิงจุฑาทิพย์ บุญรอด พนักงานสอบสวน สภ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี   ได้รับแจ้งเหตุพบโครงกระดูกมนุษย์ภายในเตาเผาถ่าน  ในพื้นที่ ม.4 บ้านพุน้ำร้อน ต.ด่านช้าง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี หลังได้รับแจ้ง จึงเดินทางไปตรวจสอบยังจุดเกิดเหตุ  พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทัตเทพ เลิศลักษณ์มีพันธ์ ผกก.สภ.ด่านช้าง เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.สุพรรณบุรี และมูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี

ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณท้ายไร่อ้อย จุดที่พบศพเป็นเตาเผาถ่านแบบเตาโดมดินเหนียว จากการตรวจสอบเบื้องต้น  พบโครงกระดูกของมนุษย์ ไม่ทราบเพศและอายุ อยู่ด้านในเตาเผาพร้อมทั้งถ่านที่ยังไม่ดับ โดยรอบที่เกิดเหตุยังพบรถจักรยานยนต์จอดอยู่ 1  คัน โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ไม่พบว่ามีร่องรอยการต่อสู้ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าโครงกระดูกดังกล่าวเป็นของ นายวิเชียร อายุ  36  ปี มีอาชีพเผาถ่าน ซึ่งหายตัวไปเมื่อเย็นวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา

จากการสอบถามนายเสนีย์ อายุ 34 ปี ผู้พบโครงกระดูก กล่าวว่า วันนี้ตนเข้ามาที่เกิดเหตุ เพื่อตามหานายวิเชียร ซึ่งเป็นเพื่อนของตน ทีแรกตนมาตามหาครั้งหนึ่งแล้วก็ไม่พบ จึงไปตามคนรู้จักให้มาช่วยกันตามหาก็มาพบโครงกระดูกอยู่ภายในเตาดังกล่าว คาดว่าเป็นของนายวิเชียรเพื่อนของตน จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ดังกล่าว

ด้าน พี่สาวของนายวิเชียร อายุ 44 ปี เปิดเผยว่า เมื่อวานช่วงเย็นวันที่ 11 เม.ย.69 ได้คุยกับน้องชายเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่น้องชายจะหายตัวไป โดยน้องชายจะเข้ามาเปิดเตาเผาถ่าน ช่วงเวลาประมาณ 11.00 น. วันที่ 11 เม.ย. และไม่ได้เจอกันอีกเลย กระทั่งมีคนมาบอกว่าพบน้องชายถูกไฟเผาอยู่ในเตาถ่าน  ตนตกใจมาก  ปกติน้องชายก็เป็นคนแข็งแรงดีและไม่เคยมีเรื่องมีราวกับใคร ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตตนยังไม่ทราบ คงต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบก่อน

ล่าสุด เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี  ได้เข้าตรวจสอบพยาน เก็บหลักฐานในจุดเกิดเหตุ พร้อมนำกระดูกดังกล่าวส่งไปตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์  เพื่อยืนยันตัวผู้เสียชีวิตและสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดต่อไป