วันนี้ (13 เม.ย. 69) ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุม น.ส.ปิยะรัตน์ อายุ 40 ปี เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2085/2569 ลงวันที่ 8 เม.ย. 69 ในความผิดฐาน “พยายามฉ้อโกง, ฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ปลอมและใช้เอกสารปลอม, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จฯ และฟอกเงิน”
โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าบ้านพักตึกแถว ในพื้นที่ แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
สืบเนื่องจากผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้สูงวัยเกษียณอายุ ได้ทำการประกาศขายบ้านในพื้นที่กรุงเทพมหานครผ่านทางเฟซบุ๊ก ต่อมา น.ส.ปิยะรัตน์ ผู้ต้องหา ได้ทำทีติดต่อเข้ามาแสดงความสนใจที่จะขอซื้อบ้านหลังดังกล่าว และได้มีการพูดคุยเพื่อสร้างความสนิทสนมกันเรื่อยมาผ่านทางแอปพลิเคชันไลน์จนผู้เสียหายเริ่มเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ
จากนั้นผู้ต้องหาได้เริ่มเปลี่ยนพฤติการณ์จากผู้ที่ต้องการจะซื้อบ้าน กลายมาเป็นนักลงทุน โดยได้พูดจาหว่านล้อมชักชวนให้ผู้เสียหายนำเงินมาร่วมลงทุนในรูปแบบต่างๆ เช่น การเล่นแชร์, การลงทุนขายกล่องสุ่ม และธุรกิจตู้คีบตุ๊กตา
โดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนที่สูงมาก ด้วยความเชื่อใจและความหวังที่จะนำเงินไปต่อยอด ผู้เสียหายจึงได้หลงเชื่อและโอนเงินให้กับผู้ต้องหาไปจำนวนหลายครั้ง ต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลากว่าครึ่งปี รวมมูลค่าความเสียหายเป็นเงินกว่า 9 ล้านบาท
ภายหลังผู้เสียหายเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงได้ทำการตรวจสอบและพบว่า เอกสาร สลิปการโอนเงิน ข้อมูลการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ และข้อมูลบุคคลต่าง ๆ ที่ผู้ต้องหาส่งมาใช้สำหรับอ้างอิงการลงทุนนั้น ไม่สามารถตรวจสอบที่มาที่ไปได้จริงและล้วนเป็นเอกสารที่ถูกปลอมแปลงขึ้นมาทั้งสิ้น
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า ผู้ต้องหามีพฤติกรรมในการโอนเงินต่อไปยังบัญชีธนาคารอื่น รวมถึงมีการนำเงินบางส่วนไปซื้อทองคำจากร้านทอง และมีการถอนเงินสดออกมาเป็นจำนวนมาก
ซึ่งลักษณะดังกล่าวเข้าข่ายการฟอกเงินเพื่อปกปิดแหล่งที่มาของเงิน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับ และลงพื้นที่สืบสวนติดตามจนสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาเอาไว้ได้ในที่สุด ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา