สงกรานต์วันหยุด สแกมเมอร์ไม่ได้หยุดด้วย

View icon 23
วันที่ 13 เม.ย. 2569 | 16.34 น.
ข่าวเย็นประเด็นร้อน
แชร์
ข่าวเย็นประเด็นร้อน - วันหยุดสงกรานต์ หลายคนได้หยุด ได้ใช้เวลากับครอบครัว แต่แก๊งสแกมเมอร์ไม่ได้หยุด ยังคงขยันทำงานหลอกคนไทยไปเรื่อย ๆ หลอกเก่งแค่ไหน ก็ถึงขนาดที่บางคนถูกอายัดบัญชีก็แล้ว ก็ยังเชื่อว่าไม่ใช่ที่กำลังทำอยู่นี้ เป็นการลงทุน ไม่ได้ถูกมิจฉาชีพหลอกแต่อย่างใด

คนที่เข้าไปคุยกับหญิง อายุ 66 ปี คนนี้ เป็นตำรวจจาก สภ.โพธาราม จังหวัดราชบุรี ได้ข้อมูลจาก ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์​ หรือ ACSC ว่า พบการโอนเงินเข้าบัญชีม้าไปกว่า 2 ล้านบาท ตอนที่ตำรวจไปอธิบาย หญิงคนนี้ก็ยังคงเชื่อว่า ที่ตัวเองโอนเงินไปนั้นเป็นการลงทุนซื้อ-ขายที่ดิน และเคยได้ค่าตอบแทนมาแล้วหลายครั้ง ตัวเองยินดีจะรับความเสี่ยงเอง ตำรวจเลยได้แต่อธิบายให้ฟังว่ากลโกงรูปแบบนี้เป็นอย่างไร แล้วแนะนำขั้นตอนการแจ้งความไว้ เผื่อผู้เสียหายเปลี่ยนใจ

ส่วนผู้หญิง อายุ 64 ปี คนนี้จะเป็นอีกแบบหนึ่ง คือเริ่มจากการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารผ่านทางเฟซบุ๊ก จากนั้นถูกลวงให้แอดไลน์ ชวนให้ร่วมทำกิจกรรม ลักษณะเหมือนเล่นเกมแข่งกัน แล้วระหว่างเล่นเกมจะให้โอนเงินด้วย ยิ่งชนะก็จะยิ่งได้เงินมาก ซึ่งเธอก็เห็นว่าคู่แข่งได้เงินไปแล้ว จึงโอนไปรวมกว่า 900,000 บาท และกำลังจะโอนเพิ่มอีกไปอีก 500,000 บาท ดีว่าตำรวจ สภ.บางมูลนาก จังหวัดพิจิตร ไปถึงตัวก่อน จึงหยุดไว้ได้ทัน

ซึ่งภาพรวมวันที่ 5-11 เมษายนที่ผ่านมา มีผู้เสียหายแจ้งความผ่านระบบออนไลน์ รวมกว่า 7,300 คดี ความเสียหายรวมกว่า 397 ล้านบาท ในจำนวนนี้ เป็น "คดีหลอกลงทุน" สร้างความเสียหายมากที่สุด รวมกว่า 213 ล้านบาท ส่วนการติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่รับจ้างกดถอนเงินบัญชีม้า มีการจับกุมรวม 11 คดี ผู้ต้องหา 27 คน ยึดของกลางเงินสดได้รวมกว่า 5.4 ล้านบาท

ข้ามจากฝั่งไทยไปดูในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา กันบ้าง ช่วงเย็นของเมื่อวาน ตำรวจกัมพูชาบุกเข้าไปในโรงแรม และอะพาร์ตเมนต์ขนาดใหญ่ ที่ตั้งอยู่หน้าสถานทูตฝรั่งเศส บนถนนพระมุนีวงศ์ หลังสืบทราบว่าจุดนี้เป็นแหล่งกบดานของแก๊งสแกมเมอร์ จับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องได้ถึง 311 คน เป็นชาวจีน 254 คน ซึ่งในจำนวนนี้กว่าครึงไม่มีหนังสือเดินทาง นอกนั้นจะเป็นชาวมาเลเซีย เวียดนาม และอินเดีย ยึดของกลางโทรศัพท์มือถือ 615 เครื่อง, โน้ตบุ๊ก 140 เครื่อง และอุปกรณ์อื่น ๆ อีกเพียบ

ทั้งนี้จากการสืบสวนพบว่า แก๊งนี้จะมีการหลอกลวงหลัก ๆ อยู่ 2 รูปแบบ คือหลอกให้ลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซี โดยมุ่งเป้าไปที่เหยื่อในประเทศมาเลเซีย และอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐของ "ไต้หวัน" เพื่อหลอกลวงเหยื่อ นอกจากนี้ยังพบมีการใช้ยาเสพติดในสถานที่ดังกล่าวด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง