ข่าวเย็นประเด็นร้อน - คดีเมาแล้วขับที่ ผอ.สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ ป.ป.ช. ขับรถกระบะไปชนกับ ไรเดอร์ จนเป็นเหตุให้เสียชีวิต แล้วมีดรามาตามมามากมาย ล่าสุดเช้าวันนี้ เจ้าตัวพร้อมทนายความ ไปเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา และออกมาเปิดใจสารภาพผิด จะขอรับผิดชอบอย่างดีที่สุด
พยานหลักฐานที่ตำรวจรวบรวมได้ ช่วยยืนยันข้อเท็จจริง ในคดีอุบัติเหตุที่ นายจรงค์ ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ ป.ป.ช. เมามีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายสูงถึง 189 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ แล้วขับชนไรเดอร์เสียชีวิต เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วง 23.00 น.คืนวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา
เช้าวันนี้ นายจรงค์ พร้อมทนายความ เดินขึ้นบันไดไปทางประตูหลัง สภ.บางศรีเมือง เข้ามอบตัว กับพนักงานสอบสวน แบบเงียบ ๆ ใช้เวลารับทราบข้อกล่าวหา พิมพ์ลายนิ้วมืออยู่นานกว่า 3 ชั่วโมง ก่อนที่เจ้าตัวจะแจ้งกับสื่อ ว่าจะขอเปิดใจพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น
นายจรงค์ เริ่มจากการยกมือไหว้กล่าวขอโทษไปยังครอบครัวผู้เสียชีวิต และหน่วยงาน ป.ป.ช. ก่อนยอมรับว่าตัวเองดื่มสุรา แล้วขับรถจริง ชนจริง แต่ไม่ได้อ้างว่าเป็นข้าราชการใหญ่โตอะไร เหตุการณ์วันนั้นค่อนข้างชุลมุน เลยจะขอเข้าไปอยู่ในรถเพื่อ โทร.หาญาติ ยืนยันไม่คิดหลบหนี จะขอรับผิดชอบดูแลครอบครัวอีกฝ่ายจนถึงที่สุด เท่าที่ตัวเองพอจะทำได้ จะไปร่วมงานศพทุกวันจนกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย
ขณะที่ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยว่า คดีนี้ตำรวจเชิญพยานมาสอบปากคำแล้ว 5 ปาก มีการเก็บข้อมูลกล้องวงจรปิด พยานทางนิติวิทยาศาสตร์ทุกอย่าง มาประกอบการดำเนินคดีกับ นายจรงค์ ในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนผู้อื่นจนทำให้มีผู้เสียชีวิต ขับรถในขณะเมาสุรา และชนแล้วหนี มั่นใจว่า ภาพวงจรปิดที่เกิดเหตุ เพียงพอต่อการดำเนินคดี
และเพื่อความรัดกุม ยังประสานให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บตัวอย่าง DNA และลายนิ้วมือแฝง ไปตรวจเทียบเพื่อยืนยันตำแหน่งคนขับรถด้วย ซึ่งระหว่างการตรวจสอบภายในรถกระบะ เจ้าหน้าที่ยังพบ สุรา 1 ขวดแบน สภาพยังไม่ได้เปิดขวดอยู่ภายในรถด้วย
ด้านครอบครัวของ นายศรนรินทร์ อายุ 43 ปี ไรเดอร์ที่เสียชีวิต ไปทำพิธีเชิญดวงวิญญาณ บริเวณทางต่างระดับบางรักน้อย อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี ก่อนจะไปรับศพผู้เสียชีวิตที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ จังหวัดปทุมธานี เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนา ที่วัดทุ่งครุตามกำหนดการ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า
พูดคุยกับญาติ และลูกชายของผู้เสียชีวิต ยอมรับว่า ยังทำใจยากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เรื่องทางคดีไม่ว่าอย่างไรก็ต้องดำเนินการถึงที่สุด ส่วนเรื่องที่อีกฝ่ายบอกว่า จะขอรับผิดชอบและมาร่วมงานศพ หากมาร่วมงานจริง ก็ต้องทำใจกับคำต่อว่าของญาติ เพราะหลายคนยังทำใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ แต่ถ้าไม่มาเลยจะโกรธมาก และถ้ารับผิดชอบได้ตามที่รับปากก็ยินดี