เปิดให้เข้าชม ปราสาทตาควาย วันสุดท้าย

View icon 253
วันที่ 16 เม.ย. 2569 | 11.21 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - วันสุดท้ายที่เปิดให้ประชาชนเที่ยวชม ปราสาทตาควาย และเนิน 350 หลายคนบอกแม้อากาศจะร้อนอบอ้าว แต่ใจสู้เพราะอยากมาเห็นประวัติศาสตร์ไทยด้วยตาตัวเอง

ที่ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ มีประชาชนเดินทางมา เพื่อเข้าไปชมปราสาทตาควาย และเนิน 350 หลายคนพวกอุปกรณ์กันแดด ทั้งร่ม และหมวกมาด้วย เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว แต่ยังมีประชาชนเดินทางมาไม่ขาดสายตลอดทั้งวัน ซึ่งหลายคนบอกว่า เต็มใจที่จะเข้าชมพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ชายแดน เพราะเป็นครั้งแรก ที่จะได้ชมและสัมผัสกับสภาพที่พังเสียหายจากการสู้รบที่ผ่านมาของปราสาทตาควาย ที่คนไทยยังจดจำวีรกรรมของทหารกล้าไทยที่ผ่านมา รวมทั้งเนิน 350 จุดที่ จ่าเริง เสียสละชีพ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยดูแล และควบคุมนักท่องเที่ยวไม่ให้ออกนอกเส้นทางตามเส้นทางที่เจ้าหน้าที่กำหนดไว้เพื่อความปลอดภัย

สำหรับยอดการเข้าชม 3 วันที่ผ่านมา (13-15 เม.ย.) มีนักท่องเที่ยวเดินทางมา 10,499 คน และคาดว่าวันนี้ (16 เม.ย.) เป็นวันสุดท้าย จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาไม่ต่ำกว่า 3,000-4,000 คน

เช่นเดียวกับ กัน จอมพลัง ได้โพสต์ภาพตัวเองถ่ายรวมกับทหารกล้าหน้าปราสาทตาควาย พร้อมระบุข้อความเชิญชวนว่า "ปราสาทตาควาย เนิน 350 เปิดให้เข้าชมถึงวันที่ 16 เมษายนนี้ ไปกันเยอะ ๆ นะครับ"

และได้ลงคลิปบรรยายความสวยงามของปราสาท บอกว่านี่คือปราสาทตาควาย สภาพตอนนี้เป็นกองหิน แต่ถึงจะพังอย่างไร ก็เชื่อว่านักโบราณคดีจากกรมศิลปากรนั้นเก่ง จะสามารถบูรณะปราสาทตาควาย ให้กลับมาสวยงามดังเดิม และจะกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของไทย ซึ่งก่อนหน้านี้ที่กัมพูชาเคยมาอยู่นั้น ไม่ได้ถูกพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยว แต่กลับใช้เป็นฐานทัพให้ทหารกัมพูชาซุ่มจู่โจมประเทศไทย ไม่เกิดประโยชน์

ขณะที่ตอนนี้ ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ของกัมพูชา หลังมีการแชร์ภาพป้ายต้อนรับ จังหวัดสุรินทร์ ของไทย บริเวณรอยต่อ อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ กับ อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งมีการนำภาพ "ปราสาทตาเมือนธม" มาใช้เป็นสัญลักษณ์

โดยโบราณสถานดังกล่าวตั้งอยู่ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งมีความอ่อนไหวด้านประวัติศาสตร์ และการอ้างอิงทางวัฒนธรรม ทำให้ชาวเน็ตกัมพูชาบางส่วนตั้งคำถาม และแสดงความไม่พอใจ มองว่าอาจเป็นการสื่อถึงการครอบครองพื้นที่ ขณะเดียวกัน มีคอมเมนต์บางส่วนใช้ถ้อยคำรุนแรงและเสียดสี จนกลายเป็นกระแสดรามาบนโลกออนไลน์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง