ภาคประชาชนยื่น 8 ข้อเสนอ ปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน ด้าน เอกนัฏ รับลูกยืนยันแก้ไขให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรมที่สุด ขณะนี้กองทุนน้ำมันเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ จากเดิมติดลบวันละกว่า 2,000 ล้านบาท ตอนนี้ตัวเลขติดลบแทบเป็นศูนย์ จ่อพิจารณาลดค่าการกลั่นอีกรอบ
วันนี้ (16 เม.ย.69) องค์กรภาคประชาชน 4 องค์กร ได้แก่ สภาองค์กรของผู้บริโภคมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงาน และกลุ่มผีเสื้อกระพือปีก ประมาณ 50 คน นำโดย นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน , น.ส.บุญยืน ศิริธรรม ประธานสภาองค์กรของผู้บริโภค เข้ายื่นหนังสือเรียกร้องต่อ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้ปรับโครงสร้างราคาพลังงานให้เป็นธรรม และลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่เป็นธรรมต่อประชาชน ดังนี้
1. ขอให้ตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงจากการอิงโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อจากสิงคโปร์ เช่น ค่าขนส่ง ค่าประกันภัย ค่าสูญเสียระหว่างทางจากสิงคโปร์มาไทย ค่าปรับปรุงคุณภาพน้ำมันระหว่างสิงคโปร์และโรงกลั่นไทย รวมทั้งค่าสำรองน้ำมัน
2. ห้ามใช้เอทานอลและไบโอดีเซล ผสมน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซล ยกเว้นมีราคาต่ำขึ้นไปของราคาน้ำมันพื้นฐาน
3. ยกเลิกการให้ภาคครัวเรือนใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลวในราคาที่สมมุติว่านำเข้าจากซาอุดิอาระเบียบวกค่าใช้จ่ายในการนำเข้า แล้วให้ภาคครัวเรือนได้ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลวที่ผลิตได้จากโรงแยกก๊าซในประเทศก่อนด้วยราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรม
4. กำหนดค่าการกลั่นที่เป็นจริงและเป็นธรรมแก่ประชาชน ไม่เกิน 2.5 บาท/ลิตร ส่วนเกินจากนั้นควรนำมาลดราคาเนื้อน้ำมันหน้าโรงกลั่น และให้เรียกคืนเงินชดเชยที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้ชดเชยส่วนที่เป็นลาภลอย ที่เกินจาก 2.5 บาทต่อลิตร คืนกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
5. ตรวจสอบเอกสารของผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงตามพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 มาตรา 7 มาตรา 10 และมาตรา 11 โดยตรวจสอบย้อนหลังเพราะไม่ได้ ดำเนินการตรวจเช็คสต๊อคเก่าก่อนมีการขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ก่อให้เกิดส่วนต่างที่เป็นลาภลอยจากการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงเก่าที่ผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิง ได้กักตุนน้ำมันสต๊อคเก่าที่ได้รับชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปแล้ว ก่อนนำมาขายในราคาใหม่ จึงขอให้รัฐมนตรีเรียกคืนเงินส่วนเกินนั้นเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
6. ออกพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 เพื่อให้คณะกรรมการกองทุนน้ำมันมีอำนาจที่ชัดเจนในการเรียกคืนเงินชดเชยที่จ่ายให้เนื้อน้ำมันหน้าโรงกลั่นที่มีลาภลอยจากค่าการกลั่นที่สูงเกิน 2.5 บาท/ลิตร เข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
7. รัฐบาลไม่มีความจำเป็นและต้องหยุดการกู้เงิน 1.5 แสนล้านบาท ให้แก่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพราะหากรัฐบาลได้ใช้อำนาจตามกฎหมายดังกล่าวมาแล้วในข้อ 1-6 แล้ว ก็ไม่มี ความจำเป็นต้องกู้เงิน
8. ส่งเสริมการพึ่งตัวเองของประชาชนด้วยการให้ประชาชนสามารถติดตั้งโซล่าบนหลังคาได้โดยสะดวก โดยให้คณะกรรมการนโยบายแห่งชาติมีมติให้ใช้ระบบหักลบกลบหน่วยราคาไฟฟ้าได้ มีนโยบายให้การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาครับซื้อไฟฟ้าจากหลังคาประชาชนด้วยระบบ net billing พร้อมสั่งการให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคดำเนินการตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ
ด้าน นายเอกนัฏ กล่าวขอบคุณภาคประชาชน ที่ช่วยสะท้อนปัญหาทั้งเสนอแนะ 8 ข้อ ซึ่งหลายข้อเสนอตรงกับสิ่งที่ตนต้องการดำเนินการอยู่แล้ว จะเห็นว่าในช่วงนี้กองทุนน้ำมันเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ จากเดิมติดลบวันละกว่า 2,000 ล้านบาท ตอนนี้ตัวเลขติดลบแทบเป็นศูนย์ แต่กลไกการทำงานต้องปรับปรุง พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้ราคาที่ประชาชนได้รับไปเป็นธรรมที่สุด
อย่างไรก็ตาม ต้องขอให้ประชาชนได้ช่วยกัน เพราะเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ หลายเรื่องต้องกล้าตัดสินใจและกล้าที่จะทำ ทั้งเรื่อง net billing โซลาร์บนหลังคาที่เตรียมนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี
สำหรับกลไกการทำงานของกองทุนน้ำมัน การใช้อำนาจ กบง. ลดราคาหน้าโรงกลั่น เป็นการให้ช่วยมารับผิดชอบ เพราะกลไกตลาดวันนี้ไม่ปกติ เบื้องต้นมีการลดราคาหน้าโรงกลั่นลง 2 บาท แต่ยังน้อยไป หลังจากนี้จะพิจารณาเพิ่มซึ่ง จะมีการนำตัวเลขในเดือน เม.ย.69 ที่ราคาพุ่งสูง 16-17 บาท มาพิจารณาเพื่อเป็นส่วนลดต่อไป ซึ่งเราสามารถลดการอุดหนุนของกองทุน เพื่อให้เป็นหนี้น้อยลง
เมื่อถามถึงมาตรการกำหนดเวลาเปิด-ปิด ปั๊มน้ำมันหลัง 22.00 น.จะยังคงดำเนินการหลังสงกรานต์หรือไม่ รมว.พลังงาน กล่าวว่า สถานการณ์วันนี้เราอยู่บนความไม่แน่นอน หากสถานการณ์คลี่คลาย หากอุปสงค์ของน้ำมันไม่มีปัญหา ทั้งปริมาณนำเข้า น้ำมันที่กลั่น สต็อกที่มีเพียงพอต่อความต้องการใช้ อาจยังไม่มีมีความจำเป็นที่ต้องจำกัดเวลา แต่ทั้งนี้ยังมีความเสี่ยงและความไม่แน่นอนจึงต้องเตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้า