ข่าวภาคค่ำ - ระหว่างวันที่ 15-16 เมษายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางไปเยือนประเทศโอมาน เพื่อหารือและเตรียมรับมือถึงสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งถือเป็นภารกิจที่ท้าทายทางด้านการทูต ติดตามจากรายงานของ คุณอรรถพล ภิญโญ
สถานการณ์ความตึงเครียดและการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง กลายเป็นความท้าทายด้านการทูตที่ซับซ้อนอย่างยิ่งสำหรับประเทศไทย ในบริบทนี้ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ฐานะแม่ทัพด้านการต่างประเทศ ต้องรับบทหนักในการบริหารจัดการสถานการณ์ที่มีความอ่อนไหวสูง ทั้งด้านความมั่นคง มนุษยธรรม และผลประโยชน์ของชาติ
ความยาก และความท้าทาย เกิดจากผู้มีส่วนได้เสียหลากหลายผลประโยชน์แอบแฝงมากมาย และแต่ละฝ่ายมีจุดยืนที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทำให้การเจรจาเพื่อขอความร่วมมือ เช่น การอพยพคนไทย หรือการคุ้มครองแรงงานไทย เป็นเรื่องที่ต้องใช้ทั้ง "ศิลปะการทูต" และ "จังหวะเวลา" อย่างแม่นยำ
การคุ้มครองคนไทย นับเป็นภารกิจเร่งด่วนท่ามกลางความไม่แน่นอน ที่ต้องอาศัยการประสานรอบทิศ ภายใต้ข้อจำกัด การตัดสินใจ "จะอพยพคนหรือไม่" ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างความปลอดภัยกับข้อจำกัดเชิงปฏิบัติ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตคนจำนวนมากได้
นอกจากช่วยเหลือลูกเรือไทยที่ถูกโจมตีแล้ว ยังต้องประสานรอบทิศ เพื่อขอให้โอมาน ประสาน อิหร่าน เปิดช่องแคบฮอร์มุซ ให้เรือสินค้าไทยผ่านไปได้อย่างปลอดภัย แม้ทางการโอมานจะรับปากว่าจะช่วยคุยให้ แต่ก็ไม่รู้จะช่วยได้มากน้อยแค่ไหน เพราะสถานการณ์กำลังตึงเครียด
ดังนั้น การเดินทางมาโอมาน ของ นายสีหศักดิ์ ครั้งนี้ จึงมีนัยสำคัญมากกว่าการเยือนปกติ ทั้งด้านมิติความมั่นคง ที่มีโอกาสได้ฟังการประเมินสถานการณ์ โดยตรงจาก "ผู้รู้วงใน" มิติทางพลังงาน มีการกรุยทางเพื่อหวังซื้อน้ำมันไว้ใช้ยามฉุกเฉิน และมิติการทูตเชิงสมดุล ที่ โอมาน สามารถเป็นคนกลาง พาไทยไปเจอกับฝ่ายต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้ได้ และเป็นการย้ำจุดยืนของไทยต่อสถานการณ์นี้ ทั้งยังเป็นการเสริมบทบาทไทยในเวทีระหว่างประเทศได้อีกด้วย