เมื่อช่วงกลางดึกวานนี้ (19 เม.ย. 69) อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ได้รับแจ้งว่ามีเด็กชาย อายุ 12 ขวบ ถูกทำร้ายร่างกาย จึงนำกำลังไปตรวจสอบที่เกิดเหตุหน้าบ้านพักหลังหนึ่ง ย่านบางเสาธง จ.สมุทรปราการ
โดยที่เกิดเหตุพบเด็กชายวัย 12 ขวบ มีอาการบาดเจ็บภายในและมีอาการตาลอย ถามตอบไม่ค่อยได้ เจ้าหน้าที่จึงพาตัวส่งโรงพยาบาลบางเสาธง เพื่อให้แพทย์ตรวจรักษา เนื่องจากถูกทำร้ายร่างกาย
ด้าน เด็กชายวัยสิบขวบ ซึ่งเป็นเพื่อนของผู้บาดเจ็บ บอกว่า ตนเองออกมาทิ้งขยะที่หน้าบ้าน หันไปเห็นเพื่อนถูกพี่ชายทั้งต่อยทั้งเตะหลายครั้ง ตอนนั้นทำได้แค่ยืนมองไม่กล้าเข้าไปห้าม
ขณะที่ ผู้เป็นแม่ของ เล่าให้ฟังว่า ตนมีลูกชายสองคน คนเจ็บเป็นคนเล็ก ส่วนคนก่อเหตุเป็นคนโต อายุ 17 ปี ซึ่งลูกชายคนโตมีนิสัยติดเพื่อนและไม่ค่อยกลับบ้าน แถมยังติดกัญชาอย่างหนัก จึงตัดสินใจให้ลูกชายคนโตเข้าบวชเณรภาคฤดูร้อนเพื่อหวังใช้ธรรมะขัดเกลาจิตใจลูกชายและห่างไกลจากยาเสพติด แต่พอไปบวชได้ไม่เท่าไร ก็ไปมีเรื่องทะเลาะวิวาทถึงขั้นใช้ขวดฟาดหัวสามเณรรูปอื่นจนถูกให้สึกออกมา และเพิ่งกลับมาอยู่บ้านได้เพียงไม่กี่วัน
พอกลับมา พฤติกรรมและนิสัยก็เปลี่ยนไปในทางที่แย่กว่าเดิม มีอาการหลอน ยาเสพติด และเจอหน้าใครในบ้านก็จะทำร้ายร่างกาย โดยเฉพาะน้องชายตัวเอง ซึ่งเตะต่อยรุนแรง โดยที่ไม่มีสาเหตุ เจอหน้าเป็นทำร้ายน้อง จนสะบักสะบอมไปทั้งตัว พอตนเองไปห้ามก็ถูกทำร้ายด้วยเช่นกัน
จนมาล่าสุด ทำร้ายหนักกว่าทุกวันจนน้องอาการแย่ลง หลังเกิดเหตุได้หลบหนี คาดว่าไปอยู่บ้านเพื่อน ส่วนตำรวจมาตรวจสอบและทำได้แค่ให้คำแนะนำให้ตนเองไปติดต่อพาลูกคนโตเข้ารับการบำบัดเท่านั้น ทำให้ตนเองหวดผวาแทบจะไม่กล้ากลับบ้านไปเจอหน้าลูกชายคนโต เพราะกลัวถูกทำร้ายร่ากายอีก ส่วนลูกชายคนเล็กที่บาดเจ็บ ทางโรงพยาบาลได้ตรวจอาการล่าสุดปลอดภัยแล้ว และไม่มีอการบาดเจ็บหนักภายในแต่อย่างใด แพทย์ให้พักนอนที่รพเพื่อรอดูอาการจนกว่าจะเคลียร์ทางพี่ชายให้เข้ารับการบำบัดรักษาเพื่อให้น้องกลับมาบ้านและไม่ถูกทำร้ายร่ากงายอีกต่อไป