กรมควบคุมโรคยืนยัน ผลการตรวจพยาธิใบไม้ตับ พบนิสิต มมส ติดพยาธิใบไม้ตับ 4 คน ย้ำผลคัดกรองต้องตรวจยืนยันก่อนวินิจฉัยการติดเชื้อ

กรมควบคุมโรคยืนยัน ผลการตรวจพยาธิใบไม้ตับ พบนิสิต มมส ติดพยาธิใบไม้ตับ 4 คน ย้ำผลคัดกรองต้องตรวจยืนยันก่อนวินิจฉัยการติดเชื้อ

View icon 27
วันที่ 28 ก.ค. 2569 | 14.55 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (28 ก.ค. 69) นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า จากผลการตรวจยืนยัน ณ วันที่ (27 ก.ค. 69) ซึ่งเป็นการติดตามผู้ที่มีผลบวกจากการตรวจคัดกรองด้วยชุดตรวจ OV-ATK ซึ่งจะช่วยคัดกรองพยาธิใบไม้ตับจากปัสสาวะอย่างรวดเร็ว จำนวน 4,233 คน

พบว่า มีนิสิตจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ส่งตรวจอุจจาระเพื่อยืนยันผล จำนวน 1,440 คน ขณะนี้ดำเนินการตรวจแล้ว 942 คน โดยวิธี FECT (Formalin-Ethyl Acetate Concentration Technique) คือวิธีการตรวจเพื่อหาไข่พยาธิ ตัวอ่อน และซีสต์ของโปรโตซัวในอุจจาระ ซึ่งผลการตรวจพบการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ (Opisthorchis viverrini) จำนวน 4 คน

นอกจากนี้ ยังพบพยาธิชนิดอื่น ได้แก่ พยาธิปากขอ 4 คน , พยาธิใบไม้ลำไส้ขนาดเล็ก 1 คน และโปรโตซัว Sarcocystis sp. 2 คน , Blastocystis sp. 1 คน Giardia lamblia 2 คน และ Entamoeba coli 4 คน รวมผลตรวจปรสิตทั้งหมด 18 คน
      
สำหรับผลตรวจนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ดำเนินการตรวจอุจจาระทั้งหมด 310 คน ด้วยวิธี Modified Kato-Katz และ FECT พบการติดเชื้อพยาธิทั้งหมด 17 คน

แบ่งเป็นติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ (OV) 4 คน พยาธิใบไม้ลำไส้ขนาดเล็ก (MIF) 4 คน พยาธิแส้ม้า 1 คน พยาธิสตรองจิลอยด์ 2 คนและพยาธิตัวตืด 6 คน
      
โดยทางกรมควบคุมโรคกำหนดแนวทางการดำเนินงานไว้อย่างชัดเจนว่า ผลบวกจากการตรวจคัดกรองด้วย OV-ATK จากปัสสาวะทุกคนจำเป็นต้องได้รับการตรวจยืนยันด้วยการตรวจอุจจาระตามวิธีมาตรฐาน คือ Modified Kato-Katz หรือ FECT และต้องตรวจพบไข่พยาธิใบไม้ตับ จึงจะถือเป็นผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยัน
      
ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานด้านการตรวจคัดกรอง การตรวจยืนยัน และการใช้ข้อมูลทางวิชาการในการติดตามสถานการณ์ ตลอดจนสนับสนุนการดำเนินงานของพื้นที่ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน

สำหรับการดำเนินงานในระยะต่อไป จะเร่งตรวจยืนยันตัวอย่างที่ยังคงค้างอยู่ให้แล้วเสร็จ ดูแลและติดตามผู้ที่ตรวจยืนยันพบการติดเชื้อให้ได้รับการรักษาตามแนวทางมาตรฐาน สื่อสารข้อมูลที่อ้างอิงจากผลการตรวจยืนยันอย่างถูกต้องและต่อเนื่อง

รวมทั้งนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการวางแผนเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคในพื้นที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านสาธารณสุข และสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง