ห้องข่าวภาคเที่ยง - ตำรวจราชบุรี ออกหมายจับกลุ่มคนร้ายยกพวกใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มใส่บ้านหลังหนึ่ง กระสุนถูกชายอายุ 46 ปี ที่ศีรษะ ล่าสุด ตามยึดรถคันก่อเหตุมาได้แล้ว
เสียงปืนยิงสนั่นแบบรัว ๆ หลายนัด เป็นหลักฐานสำคัญที่ตำรวจใช้เป็นเบาะแสตามแกะรอยคนร้าย ถึงแม้ว่ากล้องวงจรปิดมุมนี้จะบันทึกได้แค่เสียงปืน แต่ก็พอจะทำให้ตำรวจรู้ลักษณะของอาวุธปืนที่คนร้ายนำมาใช้ก่อเหตุ นอกจากพบปลอกอาวุธปืนเอ็ม 16 ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ
ในที่เกิดเหตุพบกระสุนปืนอีกหลายชนิด ทั้งปืนขนาด .22 ขนาด 9 มม. และลูกกระสุนปืนลูกซองสั้น ตกอยู่บริเวณบ้านหลังหนึ่ง พื้นที่หมู่ 8 อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี เบื้องต้น เชื่อว่าคนร้ายในคดีนี้น่าจะมีไม่น้อยกว่า 4 คน
ส่วนอาการบาดเจ็บของ นายนพดล อายุ 46 ปี ซึ่งถูกปืนยิงเข้าศีรษะ ขณะนี้ยังนอนรักษาอยู่ห้องไอซียู แพทย์ยังไม่สามารถผ่าเอาหัวกระสุนปืนออกได้ เนื่องจากหัวกระสุนฝังอยู่ใกล้กับสมอง
ภรรยาของผู้บาดเจ็บเชื่อว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมีมูลเหตุมาจากสุนัขของหลานสาวที่อยู่บ้านใกล้กันมาบริเวณบ้าน แล้วลูกชายกับหลานเลี้ยงไก่ชนไว้ ก็เลยไล่ตีหมาตัวนั้นให้ออกไป ทำให้หลานสาวกับหลานเขยที่อยู่บ้านใกล้กันไม่พอใจ และไปแจ้งความเอาผิดสามีของเธอในข้อหาทำร้ายสัตว์ฯ
นับแต่นั้นทั้ง 2 ฝ่าย ก็มีเรื่องกระทบกระทั่งกันมาตลอด กระทั่งคืนวันสงกรานต์ (14 เม.ย.) ครอบครัวเธอตั้งวงนั่งดื่มกินอยู่กับเพื่อน ๆ จู่ ๆ ก็มีรถเอสยูวีขับมาจอดหน้าบ้าน แล้วถล่มยิงแบบไม่ยั้ง เชื่อว่าคนร้ายจงใจมายิงเอาชีวิตสามีอย่างแน่นอน จึงอยากให้ตำรวจเร่งติดตามจับคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ เพราะกลัวว่าจะกลับมายิงถล่มซ้ำ
คืบหน้าคดี พันตำรวจเอก ณภัทร์มงคล เหลืองกุลวัฒน์ ผู้กำกับการ สภ.จอมบึง เผยว่า เพื่อความสบายใจของครอบครัวผู้บาดเจ็บ ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ไปดูแลความปลอดภัยของผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชจอมบึง เพราะดูลักษณะการก่อเหตุนั้น คนร้ายมุ่งเป้าไปที่คนเจ็บคนเดียว ส่วนบ้านที่เกิดเหตุได้จัดตำรวจสายตรวจและชุดสืบสวน คอยวนเวียนเข้าไปตรวจสอบตลอดทั้งวันทั้งคืน เพื่อให้ทางญาติเกิดความมั่นใจในความปลอดภัย
และจากคำให้การของผู้บาดเจ็บ จดจำใบหน้าผู้ก่อเหตุลดกระจกรถลงมา เล็งปืนยิงเข้าไปในบ้าน รวมทั้งตรวจสอบรถที่ใช้ก่อเหตุ ตามยึดมาได้แล้ว อยู่ระหว่างการตรวจสอบหาลายนิ้วมือแฝงเพิ่มเติม ขณะนี้รู้กลุ่มคนร้ายทั้งหมด และขออนุมัติศาลออกหมายจับแล้ว อยู่ระหว่างติดตามตัว แต่ทั้งนี้หากมีการต่อสู้ขัดขวางการจับกุม เจ้าหน้าที่ก็จะต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด เพราะคนร้ายที่ก่อเหตุมีประวัติอาชญากรรม จึงอยากให้ติดต่อมอบตัวมากกว่าเพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสีย