กองทัพอิหร่าน เตือนจะตอบโต้สหรัฐฯ หลังจากกองทัพเรือสหรัฐฯ ยิงเจาะห้องเครื่องยนต์สกัดเรือบรรทุกสินค้าติดธงอิหร่านลำหนึ่ง และควบคุมเรือลำดังกล่าวอย่างเต็มรูปแบบ
วันนี้ (20 เม.ย. 69) ความกังวลเพิ่มขึ้นว่า ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านอาจไม่สามารถประคองไว้ได้ หลังจากที่กองทัพสหรัฐฯ เผยว่า ได้ยิงสกัดเรือสินค้าติดธงอิหร่านลำหนึ่ง ขณะเรือกำลังมุ่งหน้าไปยังท่าเรือบันดาร์อับบาสของอิหร่าน อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง: ด้านประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ระบุผ่านโซเชียลมีเดียว่า ขณะนี้สหรัฐฯ ควบคุมเรือลำดังกล่าวไว้ได้แล้ว และกำลังตรวจสอบสิ่งของบนเรือ
ซึ่งตลอดช่วงที่ผ่านมา สหรัฐฯ ยังคงปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน ขณะที่อิหร่านเคยยกเลิก ก่อนจะกลับมาบังคับใช้มาตรการปิดกั้นการสัญจรทางทะเลในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยช่องแคบแห่งนี้เป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันคิดเป็นราว 1 ใน 5 ของอุปทานโลกตามปกติ
ด้านกองทัพอิหร่าน ระบุว่า เรือลำนี้เดินทางมาจากจีน พร้อมเตือนสหรัฐฯ ว่า กองกำลังของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะตอบโต้สิ่งที่เรียกว่า “การละเมิดลิขสิทธิ์ด้วยอาวุธ” ของกองทัพสหรัฐฯ ในเร็ว ๆ นี้
โดยสถานการณ์ที่ตึงเครียดขึ้นส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวน ท่ามกลางความกังวลว่า การเดินเรือเข้าออกอ่าวอาหรับอาจยังคงอยู่ในระดับต่ำมากต่อไป
ขณะที่สื่อทางการอิหร่าน รายงานว่า อิหร่านปฏิเสธการเจรจาสันติภาพรอบใหม่ โดยให้เหตุผลว่า สหรัฐฯ ยังคงปิดล้อมอิหร่าน โดยใช้วาทกรรมข่มขู่ และมีท่าทีเรียกร้องเกินขอบเขต ขณะที่รองประธานาธิบดีคนที่หนึ่งของอิหร่านระบุว่า จะไม่สามารถจำกัดการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน แล้วคาดหวังให้ประเทศอื่นได้รับความมั่นคงด้านพลังงานอย่างเสรีได้
ก่อนหน้านี้ “ทรัมป์” ยังขู่ว่า หากอิหร่านไม่ยอมรับเงื่อนไขของสหรัฐฯ ก็จะทำลายสะพานและโรงไฟฟ้าทุกแห่งในอิหร่าน ขณะที่อิหร่านตอบกลับว่า หากโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนของตนถูกโจมตี ก็จะโจมตีโรงไฟฟ้าและโรงกลั่นน้ำทะเลของประเทศอาหรับรอบอ่าวที่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ เช่นกัน
ด้านปากีสถานซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางหลัก ได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดแล้ว ทั้งการขนส่งอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย การจำกัดการจราจรในกรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของประเทศปากีสถาน และการปิดพื้นที่รอบโรงแรมที่เคยใช้จัดการเจรจารอบก่อน