วานนี้ เรือรบของสหรัฐฯ ได้พยายามแจ้งเตือน เรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ติดธงชาติอิหร่าน ซึ่งพยายามแล่นฝ่าการปิดล้อมทางทะเลบริเวณอ่าวโอมานของสหรัฐฯ เพื่อเข้าไปยังช่องแคบฮอร์มุซ แต่เรืออิหร่านเพิกเฉยต่อการแจ้งเตือน จึงถูกเรือรบสหรัฐฯ ซึ่งเป็นเรือพิฆาต ยิงปืน 127 มม.เข้าใส่บริเวณห้องเครื่องยนต์หลายนัดเพื่อสกัดกั้นเรือลำดังกล่าวให้ไปต่อไม่ได้
ทั้งนี้ เรือติดธงชาติอิหร่านลำที่ถูกยิง ชื่อเรือ "ตุสกา" (Touska) แล่นออกจากมาเลเซีย ตั้งแต่เช้ามืดวันที่ 13 เมษายนที่ผ่านมา ขณะนี้ถูก สหรัฐฯ ยึดเรือไว้แล้ว โดยอ้างว่า "ตุสกา" เป็นเรือที่ถูกคว่ำบาตร จากการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายหลายครั้งก่อนหน้านี้
ขณะที่ กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน ระบุว่า จะตอบโต้การโจมตีและยึดเรือสินค้าอิหร่าน ซึ่งเปรียบเสมือนการกระทำของโจรสลัดในเร็ว ๆ นี้
ก่อนหน้านี้ เอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน โพสต์โซเชียลมีเดีย ระบุว่า การปิดล้อมท่าเรือหรือพื้นที่ชายฝั่งของอิหร่านของสหรัฐฯ เป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว และถือเป็นเหตุอาชญากรรมสงครามที่ละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ
ก่อนหน้านั้น ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ระบุว่า การที่อิหร่านยิงเรือสินค้าหลายลำในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และในวันนี้คณะตัวแทนของสหรัฐฯ (นำโดย รองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ หัวหน้าคณะคนเดิม) จะเดินทางไปปากีสถาน เพื่อเตรียมเจรจาหยุดยิง ก่อนครบกำหนดหยุดยิงชั่วคราวภายในวันพรุ่งนี้ พร้อมขู่ว่า หากอิหร่านไม่ตกลงหยุดยิง สหรัฐฯ จะทำลายโรงไฟฟ้าและสะพานทุกแห่งในอิหร่าน จะไม่มี "มิสเตอร์ไนซ์กาย" หรือคนใจดีชื่อทรัมป์ให้เห็นอีกต่อไป
ขณะเดียวกันที่ กรุงอิสลามาบัด ปากีสถานได้เตรียมมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เพื่อเตรียมเป็นเจ้าภาพการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านรอบใหม่ ที่โรงแรม "เซเรนา" มีการเชิญแขกออกจากห้องพักทั้งหมด เพราะคาดว่าจะถูกใช้เป็นสถานที่เจรจา อย่างไรก็ตามสื่ออิหร่านรายงานว่า คณะตัวแทนของอิหร่านจะไม่เดินทางไปเจรจา หากสหรัฐฯ ยังคงปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน และยังใช้ท่าทีข่มขู่ เพื่อบีบบังคับให้ยอมรับข้อตกลงหยุดยิง
ความไม่แน่นอนเรื่องการเจรจาหยุดยิงรอบใหม่ ทำให้ราคาน้ำมันดิบเบรนต์หรือราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก เปิดตลาดวันนี้ ปรับตัวสูงขึ้น 6.76% เป็นกว่า 96 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น7.79% เป็นกว่า 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล