เช้านี้ที่หมอชิต - ปีนี้ ร้อนจัด ทำกลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม จังหวัดกาฬสินธุ์ ต้องเพิ่มต้นทุนการดูแล และถูกซ้ำเติมจากวิกฤตพลังงาน ประกาศลดกระหน่ำต่ำสุดแล้ว แต่ก็ยังขายไม่ออก
500 บาท ไม่ขาย 280 บาท ก็ไม่ขาย ใครอยากได้ให้ไปเลย 200 บาทต่อกิโลกรัม สำหรับกุ้งก้ามกรามของชาวอำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่กำลังเจอกับปัญหารอบด้าน ทั้งสภาพอากาศที่ร้อนจัด เสี่ยงต่อการเกิดโรคและน็อกน้ำตาย จำต้องเพิ่มต้นทุนในการเสริมวิตามิน
ยิ่งช่วงนี้เจอราคาน้ำมัน ที่ถึงแม้วันนี้จะประกาศลดราคาแต่ก็ยังแพง ทำพ่อค้า-แม่ค้า ถอดใจ เพราะตั้งแต่ก่อนช่วงเทศกาลจนหลังเทศกาลยังไม่มีออร์เดอร์สั่งซื้อมาสักรายเดียว ทำให้ต้องออกมาตั้งร้านเปิดขายตรง พร้อมโพรโมชันลดต่ำสุดในรอบหลายปี
ส่วนเมนูนี้ ไม่ลด ไม่เพิ่ม คงราคาเดิมมาตั้งแต่รุ่นคุณแม่แล้ว เป็นร้านขายสารพัดน้ำพริก มีทั้งน้ำพริกกะปิ ปลาร้า ปลาทู ตาแดง แมงดา น้ำพริกหนุ่ม ปลาย่าง ปลาร้า แจ่วบอง น้ำพริกเผาผัดหมู หรือปลาร้าสับทรงเครื่องสุกและดิบ ในราคาที่จับต้องได้ ถุงละ 10 บาท
ถ้าต้องการผักสด ผักต้ม หรือผักทอดไปจิ้ม แบ่งขายขีดละ 10 บาท เท่านั้น มีทั้งฟักทอง เห็ดเข็มทอง มะเขือยาว ถั่วฝักยาว ส่วนผักต้ม เช่น ขนุน กระเจี๊ยบ ข้าวโพดอ่อน ฟักทอง ยอดคะน้า ดอกกะหล่ำ และมะเขือ ขายในราคา 3 ขีด 20 บาท ยังมีปลาทูทอด ตัวละ 50 บาท และปลาทูเค็มทรงเครื่อง 60 บาท อีกด้วย
ร้านนี้เปิดขายอยู่ที่ตลาดสถานีรถไฟพิษณุโลก เจ้าของร้านเป็นรุ่นที่ 2 แล้ว ยืนยันว่า แม้เศรษฐกิจจะฝืดเคือง แต่น้ำใจคนไทยเปรียบเสมือนจาระบีที่จะไหลลื่นและเดินหน้าไปด้วยกัน
อีก 1 ชีวิตที่สู้ยิบตา เป็นร้านอาหารตามสั่งเล็ก ๆ แต่แม่ค้าร้านนี้ใจใหญ่ อยู่ริมถนนยนตรการกำธร อำเภอเมืองสตูล ที่ยืนหยัดในราคาจานละ 29 บาท ทุกเมนู โดยไม่ลดปริมาณ
เหตุผลหลัก ๆ เพราะเคยลำบากมาก่อน เลยอยากเป็นที่พึ่งสำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยได้กินอิ่ม แม้ทุกวันนี้จะมีภาระดูแลสามีที่ป่วยติดเตียง และต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นก็ตาม