สาวสุดช้ำ ! ถูก "หมวดป๊อบ" ตำรวจเก๊ แต่งชุดเต็มยศหลอกให้รัก ก่อนฉกทองในตู้เซฟน้ำหนัก 8 บาท ไม่เหลือแม้กระทั่งกำไลข้อเท้าลูก ก่อนทิ้งทองปลอม 3 เส้น ให้ดูต่างหน้า
วันนี้ ( 21 เม.ย. 69 ) นางสาวดา อายุ 39 ปี ผู้เสียหาย เข้าร้องทุกข์กับเพจสายไหมต้องรอด หลังถูกอดีตแฟนหนุ่มที่อ้างตัวเป็น "ร้อยตำรวจโท" หลอกให้คบ และย้ายมาอยู่ด้วยกันที่หอพักย่านรัชดาภิเษก แต่กลับฉวยโอกาสเปิดตู้เซฟขโมยทองรูปพรรณ น้ำหนักรวม 8 บาท รวมมูลค่าเกือบ 6 แสนบาทไป สุดท้ายไปแจ้งความ ที่ สน.ห้วยขวาง แล้วพบว่าเป็น "ตำรวจปลอม"
นางสาวดา เล่าว่า เมื่อต้นปี 2567 ได้รู้จักฝ่ายชายผ่านเฟซบุ๊ก พูดคุยคบหากัน พาไปที่บ้าน ก่อนจะย้ายมาอยู่ที่หอพักตนเอง โดยเจ้าตัวอ้างว่าเคยเป็นทหารองครักษ์ ยศร้อยโท และโอนย้ายมาเป็นตำรวจ ชื่อ "หมวดป๊อบ" สังกัด สน.คันนายาว ปฏิบัติหน้าที่ปราบปรามยาเสพติด เคยเป็นชุดที่เข้าวิสามัญฆาตกรรมคนร้ายในคดีดังมาแล้ว เอาคลิปมาให้ดู ตลอดเวลาที่คบหากัน มีการแต่งเครื่องแบบทั้งแบบเต็มยศ และนอกเครื่องแบบ พาไปรับไปส่งที่ทำงาน พาไปกินข้าวตามที่ต่าง ๆ และยังเคยพาไปที่ สน.คันนายาว ด้วย โดยอ้างว่าเอาของไปให้สารวัตร ให้ตนรอในรถ ทั้งหมดนี้ทำให้ตนหลงเชื่อว่าเป็นตำรวจจริง
หลังคบกันได้ 4 เดือน ฝ่ายชายอ้างว่าถูกย้ายไปติดตามสารวัตรคนหนึ่งที่ บก.น.2 และบัญชีฝ่ายชายถูกอายัด เนื่องจาก "ลูกพี่สารวัตร" นำเงินขบวนยาเสพติดมาเข้าบัญชีฝ่ายชาย จึงโดนตรวจสอบ ไม่มีเงินใช้ จึงมาขอยืมเงินตนหลายครั้ง รวมแล้วกว่า 30,000-40,000 บาท และยังเคยชักปืนออกมาจ่อที่ศีรษะตน ทำร้ายร่างกายเวลาที่ทะเลาะกัน นอกจากนี้ยังเคยเจอยาเสพติดลายลาบูบู้สีเขียว อยู่ในกระเป๋าฝ่ายชายด้วย
กระทั่งแฟนของเพื่อน ที่เป็นตำรวจเหมือนกัน เห็นเครื่องแบบดูผิดสังเกต จึงช่วยตรวจสอบให้ แต่กลับไม่พบข้อมูลชื่อ "หมวดป๊อบ" ในระบบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่เมื่อตนไปถามฝ่ายชาย ก็ยืนยันว่าเป็นตำรวจจริง และคบต่ออีกประมาณ 4-5 เดือน ตนต้องนำทองรูปพรรณที่เก็บไว้ไปให้แม่ แต่พบว่าทองในตู้เซฟหายไปทั้งหมด รวมถึงกำไลข้อเท้าลูกที่เกิดกับสามีคนเก่าด้วย ซึ่งในตู้เซฟหลงเหลือเพียง "ทองปลอม" ที่ตนไม่เคยเห็นวางไว้ให้จำนวน 3 เส้น เมื่อสอบถามฝ่ายชายก็บอกว่า "ไม่รู้เรื่อง ไม่ทราบรหัสตู้เซฟ" แต่ตนเชื่อว่าน่าจะเป็นฝีมือฝ่ายชายเพราะอยู่ด้วยกันแค่ 2 คน และตนเคยเขียนรหัสตู้เซฟใส่สมุดวางไว้ที่หัวเตียง และฝ่ายชายอาจจะไปเจอเข้า จึงเข้าแจ้งความที่ สน.ห้วยขวาง เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว พร้อมหลอกพาฝ่ายชายซึ่งอยู่ในชุดเครื่องแบบตำรวจไปด้วย จากนั้นก็ถูกแยกสอบปากคำ แต่สุดท้ายตำรวจ สน.ห้วยขวาง ไม่ได้ดำเนินคดีข้อหาลักทรัพย์ทอง เนื่องจากพยานหลักฐานไม่ครบ ให้ตนไปหาพยานหลักฐานมาเพิ่มเติมเอง มีเพียงการยืนยันว่าฝ่ายชาย เป็น "ตำรวจปลอม" เมื่อไปตรวจค้นห้องพักที่อยู่ด้วยกัน ก็พบปืนปลอม 1 กระบอก และปืนไทยประดิษฐ์อีก 1 กระบอก ซึ่งตนไม่รู้ว่ามีการดำเนินคดีหรือไม่อย่างไร แต่ฝ่ายชายถูกปล่อยตัวในวันเดียวกัน
ตอนนี้ได้เลิกกับฝ่ายชายเด็ดขาด ที่มาร้องเพจสายไหมต้องรอด เพราะคดีทองไม่คืบ ฝ่ายชายก็ถูกปล่อยตัวออกมา แถมยังพยายามมาราวีขอคืนดี ตามถ่ายรูปรถ และห้องพัก จึงกลัวเรื่องความปลอดภัย แถมใน Tiktok ของฝ่ายชายยังคงแอบอ้างตัวเป็นตำรวจ ใส่เครื่องแบบตำรวจอยู่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่รู้สึกผิดกับสิ่งที่ตนเองทำ จึงกลัวว่าจะมีผู้หญิงอื่นตกเป็นเหยื่ออีก
นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เผยว่า คดีนี้ผ่านมา 5 เดือน คดียังไม่มีความคืบหน้า จึงจะประสาน ผู้กำกับการ สน.ห้วยขวาง ให้ช่วยติดตามตัวผู้ก่อเหตุ นำทรัพย์สินกลับคืนมา รวมถึงประสานผู้กำกับการ สน.คันนายาว ให้ตรวจสอบบุคคลที่แอบอ้างเป็นตำรวจปลอม ของสน.คันนายาว ทำให้ทางโรงพักได้รับความเสียหาย และตรวจสอบว่ามีตำรวจรู้เห็นด้วยหรือไม่ ถึงปล่อยให้ "หมวดป๊อบ" เข้านอกออกใน สน.คันนายาวได้
ทีมข่าวสอบถามไปยัง พ.ต.อ. นิรุชพล โยธามาตย์ ผกก. สน.คันนายาว ยืนยันว่าไม่มีตำรวจชื่อ "หมวดป๊อบ" หรือ ร้อยตำรวจโทธงชัย ณ นคร สังกัด สน.คันนายาวแต่อย่างใด ด้าน พ.ต.อ. ศรศักดิ์ ทองมี ผกก. สน.ห้วยขวาง ดำเนินคดีข้อหาแต่งเครื่องแบบตำรวจโดยไม่มีสิทธิ์ ใช้ยศ ตำแหน่ง หรือเครื่องราชอิสริยาภรณ์โดยไม่มีสิทธิ์ และส่งสำนวนให้อัยการไปแล้ว ตั้งแต่กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่วนข้อหาลักทรัพย์ เนื่องจากผู้เสียหายก็ไม่มีหลักฐานการเป็นเจ้าของทอง เช่น ใบเสร็จการซื้อทอง ส่วนฝ่ายชายก็ปฏิเสธ พยานหลักฐานจึงยังไม่เพียงพอ แต่หากผู้เสียหายมีพยานหลักฐานเพิ่มเติม ก็สามารถนำมายื่นต่อพนักงานสอบสวนได้