ตรวจกลางอ่าวไทย เรือขนน้ำมันเดินเรือช้าผิดปกติ

ตรวจกลางอ่าวไทย เรือขนน้ำมันเดินเรือช้าผิดปกติ

View icon 52
วันที่ 21 เม.ย. 2569 | 16.08 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
รอง ผบ.ตร.สั่งตรวจเรือขนน้ำมันต้องสงสัยกลางอ่าวไทย 2 ลำ เร่งพิสูจน์ข้อเท็จจริงกรณีเดินเรือล่าช้าผิดปกติ พิจารณาเข้าข่ายความผิดฐาน “ประวิงการจำหน่ายสินค้าควบคุม โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร”

วันนี้ (21 เม.ย. 69) เวลา 15.00 น. ที่ผ่านมา พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงผลการปฏิบัติ กรณีเมื่อเวลา 04.00 น. ของวันเดียวกัน ได้มอบหมายให้ตำรวจน้ำเข้าตรวจสอบเรือบรรทุกน้ำมันต้องสงสัย จำนวน 2 ลำ บริเวณกลางทะเลอ่าวไทย

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าเรือทั้ง 2 ลำ เป็นเรือขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงจากโรงกลั่นใน จ.ระยอง มุ่งหน้าไปยังคลังน้ำมันในพื้นที่กรุงเทพมหานครและ จ.สุราษฎร์ธานี อย่างไรก็ตาม ตรวจพบพฤติการณ์การเดินเรือล่าช้ากว่ากำหนดการขนส่งตามปกติ ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ข้อเท็จจริงถึงสาเหตุของความล่าช้าดังกล่าว

ข้อมูลการเดินเรือในช่วงวันที่ 24–26 มี.ค. 69 พบความคลาดเคลื่อนของระยะเวลาในการขนส่ง เจ้าหน้าที่จึงเร่งรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ทั้งเอกสารการขนส่ง ข้อมูลจากระบบติดตามเรือ (Tracking) และพยานแวดล้อม เพื่อประกอบการพิจารณาว่าการดำเนินการเป็นไปตามเงื่อนไขปกติ หรือมีพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดฐาน “ประวิงการจำหน่ายสินค้าควบคุม โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร” หรือไม่ ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ จะพิจารณาจากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเป็นสำคัญ

พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ร่วมกับ พล.ต.ท.รุธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม บูรณาการการทำงานร่วมกันในการสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อค้นหาผู้ที่เกี่ยวข้องกับพฤติการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบการกระจายเชื้อเพลิงในช่วงเวลาดังกล่าว รวมถึงสืบสวนหาผู้ที่อยู่เบื้องหลังการกักตุนน้ำมันในช่วงสถานการณ์วิกฤต ซึ่งส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำมันในสถานีบริการทั่วประเทศ โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 21–25 มี.ค. 69 ภายหลังเกิดสถานการณ์ปิดช่องแคบฮอร์มุซ

การเข้าตรวจสอบเรือทั้ง 2 ลำในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการตรวจสอบเส้นทางการขนส่งน้ำมันอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิด อาทิ การประวิงเวลาการเดินเรือเพื่อเก็งกำไร หรือการลักลอบส่งออกน้ำมันไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ควบคู่กับการตรวจสอบโรงกลั่นและคลังน้ำมันทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยหากพบการกระทำความผิด จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง