เปิดคำให้การ คนขับรถคันแรก ที่รับเจ้าอาวาส ก่อนหายตัวปริศนานาน 1 เดือน

เปิดคำให้การ คนขับรถคันแรก ที่รับเจ้าอาวาส ก่อนหายตัวปริศนานาน 1 เดือน

View icon 102
วันที่ 22 เม.ย. 2569 | 10.15 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
เปิดคำให้การ คนขับรถคันแรก ที่รับเจ้าอาวาส ก่อนหายตัวปริศนานาน 1 เดือน พบสัญญาณมือถือหาย ในพื้นที่แม่สอด

ความคืบหน้าคดี พระครูปลัดสมบัติ สิริสุวัณโณ อายุ 58 ปี เจ้าอาวาสหายตัวปริศนา เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 1 ร่วมกับตำรวจจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แกะรอยจากกล้องวงจรปิดและพยานแวดล้อม จนสามารถระบุตัวผู้ขับรถเก๋งโตโยต้า  สีบรอนซ์เงิน คันที่มารับเจ้าอาวาสจากวัดได้แล้ว คือ “นายเอ” (นามสมมติ) และได้เชิญตัวมาสอบปากคำ

“นายเอ” ให้การว่า เป็นผู้ขับรถไปรับเจ้าอาวาสเมื่อวันที่ 16 มีนาคม เวลาประมาณ 21.00 น. ก่อนพาไปรับลูกชายของเจ้าอาวาสที่ศูนย์บำบัดในจังหวัดราชบุรี และเดินทางต่อไปยังจังหวัดขอนแก่น เพื่อส่งลูกชายให้กับภรรยา หลังจากนั้นได้พาเจ้าอาวาสเดินทางกลับวัดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่ระหว่างทางบนถนนทางหลวงในพื้นที่จังหวัดสระบุรี เจ้าอาวาสได้เปลี่ยนใจ ขอให้พาไปทำธุระที่จังหวัดเชียงใหม่

อย่างไรก็ตาม “นายเอ” มีอาการอ่อนล้า จึงปฏิเสธเดินทางต่อ พร้อมประสานรถอีกคันมารับแทน โดยมีการเปลี่ยนรถบริเวณระหว่าง ต.พุแค อ.เฉลิมพระเกียรติ กับ อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี ซึ่งรถคันที่ 2 เป็นรถเก๋งโตโยต้าอัลติส สีน้ำเงิน มี “นายบี” (นามสมมติ) เป็นผู้ขับ แต่เมื่อเจ้าอาวาสขึ้นรถคันที่ 2 แล้ว ได้มีการเปลี่ยนจุดหมายอีกครั้ง ให้มุ่งหน้าไปยังจังหวัดตาก จากนั้น “นายเอ” ได้แยกตัวออกจากพื้นที่ ขณะที่ “นายบี” ขับรถพาเจ้าอาวาสไปส่งในพื้นที่จังหวัดตาก ก่อนจะเดินทางออกจากพื้นที่

ต่อมา เจ้าหน้าที่สืบสวนขยายผลจากคำให้การทั้งสองราย จนพบว่า สัญญาณโทรศัพท์มือถือของเจ้าอาวาสไปสิ้นสุดในพื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เบื้องต้นตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบพิกัดรถคันที่ 2 แล้ว และอยู่ระหว่างการเชิญตัว “นายบี” มาให้ปากคำเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่พบตัวเจ้าอาวาส ทำให้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีชีวิตอยู่หรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องและคลี่คลายคดีอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ภายหลังมีความคืบหน้าว่าพบเบาะแสการเดินทางของเจ้าอาวาส ชาวบ้านและลูกศิษย์ภายในวัดต่างพากันมาเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ด้วยความหวังว่าท่านอาจยังปลอดภัย

ด้านนายไพศาล อายุ 41 ปี ลูกศิษย์วัด เปิดเผยว่า เมื่อทราบข่าวก็รู้สึกมีความหวังขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังแปลกใจกับเส้นทางการเดินทางตามคำให้การของคนขับรถ เนื่องจากที่ผ่านมา เจ้าอาวาสไม่เคยเดินทางไกลลักษณะนี้ โดยไกลที่สุดที่เคยไปคือจังหวัดน่าน และมักจะเดินทางไป-กลับเท่านั้น

นายพฤกษ์ ไวยากรณ์ เปิดเผยว่า หลังทราบข่าวจากเบาะแสรถคันที่พาเจ้าอาวาสออกไป ก็รู้สึกมีความหวังขึ้นมา เนื่องจากขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ และคาดว่าจะสามารถคลี่คลายความจริงได้ในเร็ว ๆ นี้

ทั้งนี้ ชาวบ้านต่างเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และอยากทราบว่าท่านเจ้าอาวาสไปอยู่ที่ใด รวมถึงยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ตนเองเข้าใจในคำให้การของผู้ขับรถที่ระบุว่าเป็นการเปลี่ยนใจระหว่างทาง และยืนยันว่าท่านเจ้าอาวาสไม่มีญาติพี่น้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง