ข่าวเย็นประเด็นร้อน - การดำเนินคดีกับนายอัจฉริยะ นักเปิดโปงทุจริต ตำรวจใช้ความระมัดระวังขั้นสุด ในการพยายามที่จะไม่ทำให้เกิดข้อผิดพลาดใด ๆ ระหว่างการดำเนินคดี ทั้งตอนที่พาตัวมาถึงที่กองปราบฯ ตอนฝากขังหรือแม้แต่ตอนที่ต้องให้ข่าวเกี่ยวกับคดีนี้ก็ตาม
เสียงปลายสายที่พูดคุยกับผู้สื่อข่าว คือ พันตำรวจเอก วัชรพล หรือ ผู้กำกับการ เคน หนึ่งในผู้เสียหายคดีนี้ ที่ผู้สื่อข่าวพยายามจะสอบถามตรง ๆ ถึงเหตุที่มีภาพผู้เสียหายไปนั่งคุยอยู่ในสำนักงานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ของนายอัจฉริยะ ตามที่นายอัจฉริยะให้ทีมงานส่งภาพนี้กับสื่อมวลชน เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง แต่ก็อย่างที่ได้ยิน เลี่ยงที่จะตอบในรายละเอียด
ส่วนตัว นายอัจฉริยะ ที่เดิมผู้สื่อข่าวก็ตั้งใจว่า จะสอบถามเอาความจริงระหว่างการพาตัวไปขออำนาจศาลฯ ฝากขัง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เจอเจ้าตัวอยู่ดี เพราะตำรวจเลี่ยงพาไปออกอีกประตู แถมยังเอารถของตำรวจกองปราบฯ มาสับขาหลอกนักข่าว
เมื่อผู้เสียหายไม่ตอบ ผู้ที่ถูกกล่าวหายังไม่มีโอกาสได้พูด ต้องไปถามกับฝั่งตำรวจที่เป็นผู้จับกุม ลำดับเหตุการณ์ให้ฟังว่า หลังมีข่าวจะเปิดโปงขบวนการทุจริต "การลักลอบนำผู้ต้องหาชาวจีน ออกจากห้องกักของ ตม." ช่วงต้นปี 2569
เกิดการกดดันไปยังคนที่เกี่ยวข้องซึ่งมีสามี-ภรรยา พลเรือนที่ประกอบอาชีพนายหน้า และ ตำรวจระดับผู้กำกับการ สังกัดสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จนทั้งหมดตัดสินใจรวมเงินนำไปจ่ายให้กับคนที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ รวมยอดเงินกว่า 2.5 ล้านบาท แต่สุดท้ายแม้อีกฝ่ายจะได้รับเงินไปแล้ว ก็ไม่ได้หยุดแฉ จึงเป็นที่มาของการแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดี ระหว่างนั้นตำรวจกองปราบฯ ใช้เวลาเก็บข้อมูลอยู่นานกว่า 2 เดือน จนมั่นใจว่า มีหลักฐานมากพอจะดำเนินคดีกับผู้ต้องหารวม 6 คน ประกอบด้วย นายอัจฉริยะ, ทนายความ, ทหารคนสนิท, สามี-ภรรยาที่เป็นคนรับเงิน และตำรวจยศ พันตำรวจเอก ตำแหน่งรองผู้บังคับการ
ขณะที่ บิ๊กเต่า บอกว่า คดีนี้เทียบเคียงกับคดีของนายศรีสุวรรณ ถ้าลองได้เปิดเผยออกมาแบบนี้ ก็น่าเชื่อว่าจะมีคดีอื่น ๆ อีก แค่ต้องรอผู้เสียหายมาแจ้งความเพิ่ม
สำหรับผู้ต้องหา 3 คนแรก ที่ตำรวจพาตัวไปขออำนาจศาลฯ ฝากขังในคดีร่วมกันกรรโชกทรัพย์ ตำรวจบอกว่า เป็นกลุ่มที่ให้การปฏิเสธอย่างชัดเจน ไม่ได้ให้การใด ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ส่วนที่เหลือแม้จะให้การปฏิเสธเหมือนกัน แต่ยังพอมีข้อเท็จจริงบางอย่างที่ให้การเป็นประโยชน์อยู่ จึงจะเป็นกลุ่มที่พาตัวไปขออำนาจศาลฯ ฝากขังภายหลัง
สำหรับคดีที่เกี่ยวข้องกับ นายอัจฉริยะ มีการตรวจสอบแยกกันเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือคดี ผู้ต้องหาออกจากห้องกักของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้สอบสวนและสั่งให้ตำรวจนครบาล ออกจากราชการแล้ว 7 นาย และมีอีก 4 นาย จากหลายท้องที่ที่เสนอว่าเข้าข่ายความผิดทางวินัย ส่วนคดีกรรโชกทรัพย์ จะเป็นส่วนที่กองปราบฯ รับดำเนินการ