ห่วงลูกถูกจับเพราะรับหิ้วของ เกือบเป็นลม

View icon 11
วันที่ 27 ก.ค. 2569 | 16.34 น.
ข่าวเย็นประเด็นร้อน
แชร์
ข่าวเย็นประเด็นร้อน - ในช่วงเวลาไม่ถึง 2 เดือน มีกรณีข่าวคดี "รับหิ้ว" แล้วเจอว่าสินค้าที่จะต้องนำไปส่งปลายทางมียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ รวมแล้ว 3 คดี ซึ่งในคดีที่ 3 หญิงสาวที่รับหิ้วถูกจับกุมตัวอยู่ที่ญี่ปุ่น เสี่ยงถูกดำเนินคดีใน 2 ข้อหาหนัก โทษถึงขั้นจำคุกตลอดชีวิต

นายธนาศักดิ์ พ่อของ นางสาวจุฑาทิพย์ หรือ "เทียน" อายุ 28 ปี ที่รับจ้าง "หิ้วของ" ไปส่งปลายทางให้คนไทยในญี่ปุ่น แล้วถูกตำรวจจับกุมคาสนามบินเมืองฟูกูโอกะ เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ด้วยความร้อนใจที่แจ้งความไปแล้วเกือบ 2 สัปดาห์ คดีไม่คืบหน้า เมื่อวานนี้เลยร้องขอความเป็นธรรมกับสื่อ และวันนี้ก็มาพบพนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีนี้อีกครั้ง ซึ่งหลังพูดคุยกับผู้สื่อข่าวไปได้ 5 นาที เจ้าตัวก็ขอนั่งพักกับขั้นบันได มีอาการหน้ามืดคล้ายจะเป็นลม จนผู้สื่อข่าวต้องช่วยกันประคองให้ เข้าไปนั่งรอด้านใน

ข้อเท็จจริงที่พบจากคดีนี้ เริ่มจากเดือน พฤษภาคม มีผู้ใช้บัญชีชื่อ "ing ing" ติดต่อขอฝากของไปญี่ปุ่น เป็นเครื่องเทศ ขนมขบเคี้ยว และกาแฟ ซึ่งก็ผ่านไปได้ไม่มีปัญหาอะไร จนมารอบที่ 2 เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ผู้ว่าจ้างคนเดิม "ing ing" ฝากส่งพัสดุเหมือนครั้งที่แล้ว น้ำหนักรวมประมาณ 12 กิโลกรัม

แล้ววันที่ 10 กรกฎาคม ก็ให้ไรเดอร์นำกล่องพัสดูมาส่ง มีการแจ้งค่าหิ้วพัสดุ 3,600 บาทไป ผู้ว่าจ้างก็โอนเงินมาให้ตามปกติ แล้วก็ไม่มีการสนทนาใด ๆ กันอีก ตอนที่ไปถึงสินค้ามีอยู่ 9 กล่อง 8 กล่อง มีคนมาติดต่อรับทั้งหมด ยกเว้นกล่องสุดท้าย ติดต่อไม่ได้ เพราะถูกบล็อกช่องทางการติดต่อ ตรวจสอบสลิปโอนเงิน พบคนโอนเงินเป็นหญิงชาวเวียดนาม

แฟนของหญิงสาวไปรับงานหิ้วของไทย-ญี่ปุ่น บอกว่าแฟนรับงานแบบนี้มาได้ประมาณ 1 ปีแล้ว ที่ผ่านมาไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้มาก่อน ยอมรับว่าทุกคนเป็นห่วง นางสาวจุฑาทิพย์ ที่ถูกคุมตัวอยู่ที่ญี่ปุ่น ทราบว่า 31 กรกฎาคม อาจมีคำสั่งฟ้องคดี และอาจต้องคุมตัวอยู่นานกว่า 2 เดือน

ขณะที่ทาง "กรมการกงสุล" ได้ส่งจดหมายอัพเดตเรื่องคดี ตอนนี้มีการจัดหาทนายความในประเทศญี่ปุ่นให้เรียบร้อยแล้ว คดีอยู่ในระหว่างขั้นตอนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่

ส่วนคดีที่เป็นเรื่องการรับหิ้วสินค้าจะส่งไปญี่ปุ่นเหมือนกัน แต่เคราะห์ดีที่หญิงคนนี้ไหวตัวทัน เลยเข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.บางยี่ขัน นำมาซึ่งการขยายผลจับกุม นายสมพงศ์ คนที่เอาบัญชีธนาคารให้กับแฟนสาวชาวเวียดนามที่ชื่อ "มะลิ" ไปใช้เป็นบัญชีม้าได้เป็นคนแรก ดำเนินคดีกับชาวเวียดนาม 6 คน โดยมีหญิง 2 คน เป็นคนกดถอนเงินให้กับขบวนการนี้

ล่าสุด ตำรวจนครบาล เพิ่งจับกุมผู้ต้องหาได้อีก 1 คน คือ นายเหงียน ทิน เฮา ชาวเวียดนาม พร้อมของกลาง คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์หลายรายการ

ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล บอกว่าจริง ๆ แล้วผู้ต้องหาคนนี้ ตำรวจทราบข้อมูลแต่แรก ว่าเป็น 1 ใน 3 คน ที่กดถอนเงิน แต่เพราะเจ้าตัวออกนอกประเทศไปก่อน เลยยังไม่รีบเปิดเผยข้อมูล รอจนเจ้าตัวกลับเข้ามาในไทย ถึงให้ชุดสืบสวนตามไปจับกุมตัวได้ที่คอนโดฯ ย่านสาทร

จากการสอบสวน พบว่าไม่ธรรมดา ไม่ใช่แค่คนกดถอนเงินให้บัญชีม้าอย่างเดียว แต่ยังเป็นคนดูแลเว็บฯ พนัน 20 เว็บฯ ให้เครือข่ายชาวเวียดนามในต่างประเทศ และเบาะแสที่มีการตัดการเข้าถึงเว็บฯ พนัน ของขบวนการนี้ ก็ยิ่งชัดเจนว่ายังมีผู้ร่วมขบวนการอีกหลายคนที่ตำรวจต้องขยายผลดำเนินคดี

ทั้ง 2 คดีนี้ ไม่ได้หยุดอยู่ที่ตำรวจท้องที่ทำคดี แต่ถูกนำไปขยายผลต่อในภาพรวม ส่วนหนึ่งคือเพื่อติดตามจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องให้ได้ทั้งขบวนการ และอีกส่วนคือต้องเตือนภัยไปถึงคนที่ยังรับงานเสี่ยง อย่างการ "รับหิ้ว" สินค้าไปต่างประเทศ ในเมื่อยังห้ามกันไม่ได้ ก็ต้องเตือนให้ระวังลักษณะของสินค้าที่อยู่ในข่าวต้องสงสัย

แหล่งข่าว กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด บอกว่าสินค้าที่อยู่ในข่ายความเสี่ยง อย่างแรกคือสินค้าที่แพ็กเกจมามิดชิด จนไม่เห็นว่าของข้างในเป็นอะไร สินค้าประเภทต่อมาที่เสี่ยง คือจำพวกซองกาแฟ และชา เพราะขบวนการค้ายาเสพติดมักนิยมใส่เป็นบรรจุภัณฑ์ขนส่ง จุดสังเกตที่ 3 คือสินค้าฝากส่งประเภทไม่ใช่สินค้าแบรน์ดัง ยี่ห้อไม่ดัง ลักษณะเหมือนมีการซีลใหม่ นี่เป็นจุดสังเกตเบื้องต้น ที่ต้องระวังให้ดี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง