ไทยตอบโต้กัมพูชา หลังถูกพาดพิงในที่ประชุม ECOSOC

ไทยตอบโต้กัมพูชา หลังถูกพาดพิงในที่ประชุม ECOSOC

View icon 59
วันที่ 23 เม.ย. 2569 | 18.24 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ไทยตอบโต้กัมพูชา หลังถูกพาดพิงในที่ประชุม ECOSOC ช่วยเหลือให้ที่พักพิงชาวเขมรนับแสนคน ให้ทุนการศึกษา แต่เขมรตอบแทนด้วยการโจมตีด้วยอาวุธ เขมรเป็นแหล่งอาชญากรรมออนไลน์ มีรายได้ 1.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ/ปี หรือเกือบ 40% ของ GDP ประเทศ ก่อให้เกิดความเสียหายทางการเงินต่อผู้เสียหายทั่วโลก

วานนี้ (22 เม.ย.69) ในการประชุม ECOSOC Forum on Financing for Development Follow-up ค.ศ. 2026 ไทยได้ใช้สิทธิตอบโต้ (Right of Reply) ภายหลังจากผู้แทนกัมพูชากล่าวพาดพิงถึงไทยในช่วงการอภิปรายทั่วไป โดยนายเชิดชาย ใช้ไววิทย์ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ได้ตอบโต้ถ้อยแถลงโดยย้ำว่า ไทยได้สนับสนุนกระบวนการสร้างสันติภาพ การฟื้นฟูประเทศ และการพัฒนาของกัมพูชาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ได้รับเอกราชในปี 2496 รวมถึงในช่วงสงครามกลางเมืองในทศวรรษ 2510–2520 ซึ่งไทยได้ให้ที่พักพิงแก่ชาวกัมพูชาที่หลบหนีความขัดแย้งนับแสนคนในแต่ละวัน โดยรวมแล้วกว่าหนึ่งล้านคนตลอดวิกฤตดังกล่าว

ตลอดจนมีบทบาทในการสนับสนุนกระบวนการสันติภาพตามความตกลงสันติภาพปารีส ปี 2534 และการเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนในปี 2542 ช่วยให้กัมพูชากลับคืนสู่ประชาคมระหว่างประเทศและระบบเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้ นับตั้งแต่สถานการณ์โควิด-19 ไทยได้ให้ความช่วยเหลือทางวิชาการและการพัฒนาเป็นมูลค่ากว่า 17 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านโครงการความร่วมมือและทุนการศึกษา 

แต่ความพยายามดังกล่าวของไทยกลับไม่ได้รับผลตอบแทนในเชิงบวกต่อความสัมพันธ์ทวิภาคีที่ไทยได้พยายามสร้างเสริมตลอดหลายปีที่ผ่านมา

เมื่อเดือนกรกฎาคมและธันวาคม 2568 กัมพูชาได้เริ่มการโจมตีทางอาวุธต่อดินแดนไทยโดยไม่เลือกเป้าหมาย ส่งผลให้พลเรือนเสียชีวิต 19 ราย บาดเจ็บ 51 ราย ประชาชนกว่า 400,000 คน ต้องอพยพ และโรงพยาบาลกว่า 400 แห่งได้รับผลกระทบ ไทยจึงจำเป็นต้องใช้สิทธิในการป้องกันตนเองตามมาตรา 51 แห่งกฎบัตรสหประชาชาติ

เอกอัครราชทูตฯ ยังกล่าวถึงประเด็นทุ่นระเบิดว่า แม้กัมพูชาจะได้รับความช่วยเหลือระหว่างประเทศจำนวนมากเพื่อการเก็บกู้ทุ่นระเบิด แต่ยังคงมีการวางทุ่นระเบิดใหม่ ส่งผลให้พื้นที่ชายแดนซึ่งควรเป็นพื้นที่แห่งการพัฒนาและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ กลับกลายเป็นพื้นที่ไม่ปลอดภัยเต็มไปด้วยทุ่นระเบิด

นอกจากนี้ ไทยยังกล่าวถึงประเด็นกระแสการเงินที่ผิดกฎหมาย โดยมีข้อมูลปรากฏว่ากัมพูชาเป็นแหล่งตั้งของเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์และการหลอกลวง ซึ่งมีรายได้รวมสูงถึงประมาณ 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือเกือบร้อยละ 40 ของ GDP ของประเทศ ก่อให้เกิดความเสียหายทางการเงินต่อผู้เสียหายทั่วโลก รวมถึงเกี่ยวข้องกับแรงงานบังคับและการค้ามนุษย์จำนวนมาก ซึ่งเป็นทรัพยากรที่สูญเสียไปกับอาชญากรรม แทนที่จะนำไปใช้เพื่อการพัฒนา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง