ภาพน้ำสีดำหาดไตรตรัง ป่าตอง ว่อนเน็ต! ฝ่ายปกครองภูเก็ต ลงพื้นที่ตรวจสอบแล้วเป็นภาพเก่า หลังชาวบ้านแตกตื่น
.
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต รายงานว่า เมื่อวานนี้ (23 เม.ย.69) เวลา 22.00 น. นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้มอบหมายให้ นายกองเอก อดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต นายอัครพล สุทธิรักษ์ จิตต์สุภาพ นายอำเภอกะทู้ และทีมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง บูรณาการร่วมกับเทศบาลเมืองป่าตอง และสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 15 (ภูเก็ต) ลงพื้นที่บริเวณหาดไตรตรัง (เลหัวนอน) เพื่อตรวจสอบสถานการณ์จริง จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบข้อเท็จจริง ดังนี้
.
• สภาพน้ำปัจจุบัน: เจ้าหน้าที่พบว่าสภาพน้ำบริเวณชายหาดและท่อระบายน้ำมีสีใสตามปกติ ไม่พบร่องรอยคราบน้ำเสียหรือสิ่งผิดปกติในเวลาที่เข้าตรวจสอบ
• ข้อมูลจากในพื้นที่: จากการสอบถามผู้ประกอบการนวดชายหาด ทราบข้อมูลว่าภาพน้ำดำที่ปรากฏในโซเชียลนั้น น่าจะเป็นเหตุการณ์ในช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งผ่านมานานกว่า 1 เดือนแล้ว ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์ปัจจุบัน
• แนวทางการดำเนินการ: แม้ปัจจุบันจะไม่พบความผิดปกติ แต่ฝ่ายปกครองได้ประสานขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดจากโรงแรมโดยรอบ เพื่อหาที่มาของเหตุน้ำเสียในอดีต หากพบว่ามีการกระทำผิดจริงจะดำเนินการตามระเบียบต่อไป
.
สำหรับการดำเนินการทางกฎหมายนั้น หากตรวจสอบพบว่าโรงแรมที่เข้าข่ายต้องจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) หรือรายงานเบื้องต้น (IEE) ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ส่งรายงานการมอนิเตอร์น้ำเสีย หรือลักลอบปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะและทะเล จะมีความผิดตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 โดยมีโทษปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท และปรับอีกไม่เกินวันละ 100,000 บาท จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง
.
นอกจากนี้ หากพบการกระทำผิด ฝ่ายปกครองหรือเทศบาลในพื้นที่มีอำนาจสั่งระงับการปล่อยน้ำเสียทันที และหากไม่มีการปรับปรุงแก้ไขตามคำสั่ง อาจนำไปสู่การสั่งปิดโรงแรมชั่วคราว หรือรุนแรงถึงขั้น เพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม ตามขั้นตอนของกฎหมายปกครอง
.
ทั้งนี้ ฝ่ายปกครองจังหวัดภูเก็ต ขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนและผู้ประกอบการ หากพบเห็นเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือการปล่อยน้ำเสียลงสู่ทะเล สามารถแจ้งไปยังเทศบาลเมืองป่าตอง หรือที่ว่าการอำเภอกะทู้ได้ทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว เพื่อร่วมกันรักษาภาพลักษณ์และทรัพยากรทางธรรมชาติของเมืองท่องเที่ยวให้ยั่งยืนต่อไป