วันนี้ (19 พ.ค. 69) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สวนทุเรียนของนายเสกสรร อายุ 61 ปี ในพื้นที่ ต.ตาตุม อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ซึ่งปลูกทุเรียนบนพื้นที่กว่า 14 ไร่ หลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา จนชาวบ้านในพื้นที่ยังคงหวาดระแวง เกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์อพยพรอบ 3
นายเสกสรร เปิดเผยว่า ปลูกทุเรียนมาแล้ว 7 ปี และปีนี้ถือเป็นปีที่ 2 ที่สวนเริ่มให้ผลผลิตเต็มที่ โดยรอบแรกสามารถสร้างรายได้ประมาณ 800,000 บาท
แต่จากสถานการณ์ชายแดนที่ยังไม่แน่นอน ทำให้ต้องเร่งเก็บเกี่ยวและนำผลผลิตออกจำหน่ายให้เร็วที่สุด ในราคากิโลละ 120 บาท 130 บาท ทุเรียนจะมี 2 สายพันธุ์ มูซานคิง กับหมอนทอง เพราะกังวลว่าหากเกิดเหตุรุนแรงขึ้นอีก อาจต้องอพยพจนไม่สามารถดูแลเก็ยบเกี่ยวผลผลิตได้ทัน
นายเสกสรรยังกล่าวอีกว่า ชาวบ้านตามแนวชายแดนต่างใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวัง หลายคนยังไม่มั่นใจในสถานการณ์ และอยากฝากถึงรัฐบาลให้เข้ามาดูแลเรื่องค่าครองชีพ
โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ส่งผลต่อต้นทุนการเกษตร รวมถึงอยากให้เพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยตามแนวชายแดน เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง
ทั้งนี้ บรรยากาศภายในสวนทุเรียนต่าง ๆ พบว่าชาวสวนต่างเร่งตัดทุเรียนส่งขายอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความกังวลและความไม่แน่นอนของสถานการณ์ชายแดน