อนุทิน เผย จีน ยินดีเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยความขัดแย้งไทย-กัมพูชา เผยท่าทีเขมรไม่อยากสู้รบกับไทยแล้ว

อนุทิน เผย จีน ยินดีเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยความขัดแย้งไทย-กัมพูชา เผยท่าทีเขมรไม่อยากสู้รบกับไทยแล้ว

View icon 56
วันที่ 24 เม.ย. 2569 | 17.24 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
นายกฯ หารือ หวัง อี้ ช่วยเจรจาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แก้วิกฤตน้ำมัน-ปุ๋ย ขณะที่ รมว.ต่างประเทศของจีน พร้อมเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยไทย-กัมพูชา เผยท่าทีเขมรไม่อยากสู้รบกับไทยแล้ว

วันนี้ (24 เม.ย.69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการหารือและร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับนายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า ได้มีการหารืออย่างเป็นทางการที่กระทรวงการต่างประเทศ และมีน้ำใจมีไมตรีที่จะแวะมาที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อคารวะนายกรัฐมนตรีของไทย จึงมีการพูดคุยและยืนยันความสัมพันธ์และการสนับสนุนกันระหว่าง 2 ประเทศ ซึ่งมีการพูดคุยกันทุกเรื่องและขอให้ทางการจีนช่วยเจรจาทั้งเรื่องการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ การบริหารจัดการจัดส่งน้ำมันดิบ ก๊าซ โดยขอให้รวมประเทศไทยอยู่ในบริบทการเจรจาด้วย เพราะเส้นทางการเดินเรือต่าง ๆ จากตะวันออกกลางไปประเทศมีส่วนที่ผ่านประเทศไทยด้วย ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีนได้กล่าวว่า ขออย่ากังวล เพราะไทยจีนก็เหมือนพี่น้องกัน

นอกจากนี้ ได้พูดคุยเรื่องของปุ๋ย ตนได้เรียนว่าเรื่องวิกฤตพลังงาน ประเทศไทยสามารถจัดการเรื่องน้ำมันได้ ตอนนี้ค่อนข้างที่จะนิ่งแล้ว แต่ไม่ได้บอกว่ามั่นคงแล้ว เพราะไม่รู้ว่าสถานการณ์การสู้รบจะยืดเยื้อไปถึงเมื่อไหร่ แต่เราสามารถให้ความเชื่อมั่นว่าเรื่องของน้ำมันจะไม่มีคำว่าขาดแคลนหรือมีปัญหาอย่างแน่นอน ซึ่งตรวจสอบกับกลุ่มผู้ค้าน้ำมัน และโลจิสติกทุกอย่างแล้วประเทศไทยจะไม่มีปัจจัยใดๆ ที่จะทำให้เกิดปัญหาอย่างหนัก

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวกับนายหวัง อี้ ว่า เมื่อสถานการณ์สามารถจัดการได้แล้ว ยังเหลืออีกสองประเด็นใหญ่ ๆ หากเราสามารถได้รับการสนับสนุนจากประเทศจีน ไทยก็จะไม่มีปัญหาจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบอย่างหนักจนไม่สามารถรับได้ เช่น เรื่องปุ๋ย อยากให้ประเทศจีนพิจารณาเรื่องการจำหน่ายปุ๋ย ถ้าประเทศจีนมีปริมาณปุ๋ยที่มากเพียงพอ รัฐบาลก็อยากได้มาดูแลเกษตรกรไทย เพราะประเทศไทยเป็นประเทศอุตสาหกรรม และเกษตรกรรม และอยากให้จัดสรรปุ๋ยมาในปริมาณที่เพียงพอกับประเทศไทย รวมทั้งนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ได้เจรจากับทางประเทศรัสเซียในการขอซื้อปุ๋ยอีกด้วย ซึ่งหากจีนกับรัสเซียมีโควตาปุ๋ยมาจำหน่ายให้กับประเทศไทยได้ ก็จะช่วยแก้ปัญหาของไทยไปได้เยอะ

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า นายหวัง อี้ ได้เดินทางไปประเทศกัมพูชา ก่อนที่จะมาไทย ซึ่งยินดีที่จะเป็นตัวกลางในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ซึ่งจีนบอกว่าท่าทีของกัมพูชาต่อไทย “เหมือนกับว่าทางกัมพูชาไม่อยากสู้รบกับไทยแล้ว ไม่อยากเผชิญหน้า ไม่อยากมีความขัดแย้งแล้ว“ และทางการจีนได้มาแจ้งให้กับไทยทราบ และไทยยืนยันไม่อยากมีความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้านเลย ในทุกภูมิภาค แต่ทุกเรื่องมีขั้นตอนในการพูดคุย และการสร้างกติกาขึ้นมาก่อนการพูดคุยในทิศทางใดที่จะทำให้ความสัมพันธ์ถูกรื้อฟื้นกลับขึ้นมาได้ แต่คงไม่ใช่ชั่วข้ามคืน ซึ่งต้องมีการสร้างความเชื่อมั่นต่อกันและกัน ทั้งความน่าเชื่อถือ และความสัมพันธ์ ซึ่งเป็นท่าทีที่ตนได้แจ้งกับนายหวัง อี้ ไป

เมื่อถามว่า ทางการจีนมาบอกกับไทยว่ากัมพูชาไม่อยากสู้แล้วนั้น ถือเป็นการแสดงความเป็นกลางหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราอย่าพึ่งพยายามไปเดาใจอะไร แต่เราต้องนึกถึงสิ่งที่ไทยจะได้อะไรจากท่าทีนี้ ประเทศไทยจะปลอดภัย 100 % และไม่เสียเปรียบด้านใดเลย อธิปไตยและดินแดนก็ยังคงอยู่ ดังนั้น ถ้ารัฐบาลจะตัดสินใจในแนวทางใด ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศ

เมื่อถามว่า ทางการจีนเข้าใจบรรยากาศ และท่าทีระหว่างไทยและกัมพูชาใช่หรือไม่ นายอนุทิน ยืนยันว่า เข้าใจดี เพราะเราได้มีการพูดคุยกันลึกพอสมควรว่าปัญหาที่แท้จริงมาอย่างไร และวิธีการแก้ไขควรใช้แนวปฏิบัติเช่นไร

เมื่อถามว่า ทางการจีนได้ยืนยันความเป็นกลางในการพูดคุยกับกัมพูชาใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราไม่ได้บอกว่าจีนมายืนยันความเป็นกลาง แต่จีนบอกว่าประเทศไทยเป็นประเทศบ้านพี่เมืองน้องของจีน ซึ่งตนได้บอกกับจีนไปว่าไทยเป็นประเทศเล็ก ๆ แต่จีนบอกว่าไม่ใช่สำหรับจีน เพราะสำหรับจีนแล้ว ไทยเป็นประเทศที่ใหญ่ในภูมิภาคนี้ ดังนั้น ไทยไม่จำเป็นต้องให้ยืนยันอะไรว่าจีนจะเป็นกลางหรือไม่ แต่เราต้องดูท่าที

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางการจีนได้พูดคุยถึงความร่วมมือในการปราบแสกมเมอร์หรือไม่ นายอนุทิน ยืนยันว่า ได้พูดคุยกัน ซึ่งทางการจีนบอกว่าไทยได้ให้ความร่วมมือในการปราบปรามแสกมเมอร์กับจีนเป็นอย่างมาก ซึ่งจะเห็นได้ว่าการที่ไทยใช้มาตรการเด็ดขาดในการปราบปรามผู้ที่กระทำผิดที่เป็นแสกมเมอร์ตั้งแต่รุ่นใหญ่จนถึงรุ่นเล็ก ทำให้จีนได้ตัวผู้กระทำผิดเหล่านี้ไปดำเนินคดีที่ประเทศจีน หากไทยไม่จริงจังในเรื่องนี้ พูดเฉย ๆ แต่ไม่ปฏิบัติตาม ป่านนี้แสกมเมอร์ก็ยังวนเวียนกระทำผิดอยู่ในประเทศไทย และจีนก็เห็นถึงท่าทีและความจริงจังของไทยอย่างชัดเจน

ส่วนความสนใจของจีนในการร่วมลงทุนในประเทศไทย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า มีการมาลงทุนเยอะมาก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสมัยใหม่ อุตสาหกรรมยานยนต์และที่เกี่ยวเนื่อง ทั้งเซ็นเซอร์ต่าง ๆ และหุ่นยนต์ รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ AI และมองไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุนอีกด้วย

นอกจากนี้ ได้มีการพูดคุยเรื่องโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งจากวันนี้เป็นต้นไปต้องมีการนำมาพิจารณาเพิ่มเติมอย่างเข้มข้น จะเห็นได้ว่าประเทศอินโดนีเซีย เริ่มเปรยว่าจะคิดค่าผ่านทางบริเวณช่องแคปมะละกา แม้จะยังไม่เกิดขึ้น แต่ก็มีความจำเป็นที่ไทยจะต้องเริ่มคิดเหมือนกัน เพราะหากเรือต้องผ่านช่องแคบหรือผ่านน่านน้ำของใคร เวลาเกิดเหตุนอกเหนือการควบคุม ก็เกิดความเสียหายมาก เราต้องเลือกพิจารณาทางเลือกอื่นของเราประกอบไปด้วย

ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า ขับรถให้กับนายหวัง อี้ นั่งเป็นอย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า เหมือนอาชีพเก่าขับแท็กซี่มาก่อน เมื่อถามอีกว่า ถือเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกที่ขับรถให้นั่งใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า น่าจะใช่

ส่วนที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีนชมว่าหล่อนั้น นายอนุทิน ตอบกลับทันทีว่า คนที่บ้านก็พูดแบบนี้