จับแม่-ลูก เปิดบริษัทบังหน้า ฟอกเงินข้ามโลกผ่านคริปโต ให้นายทุนจีนเทา พบเงินหมุนเวียนกว่า 4,000 ล้านบาท
วันนี้ ( 24 เม.ย. 69 ) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ผนึกกำลัง ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา นายเสริมศักดิ์ อายุ 20 ปี และนางปริชาติ อายุ 51 ปี ผู้ต้องหาร่วมกันฉ้อโกง
สืบเนื่องจากหน่วยสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐอเมริกา ได้สืบสวนคดีที่เกี่ยวกับ อาชญากรรมออนไลน์หลอกให้รักและลงทุน ซึ่งมีผู้เสียหายจำนวนหลายคน ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยจากการสืบสวน สามารถอายัดเหรียญดิจิทัล USDT ได้มากกว่า 100 ล้าน USDT หรือประมาณ 3,200 ล้านบาท อีกทั้งยังพบว่าเส้นทางการเงินของขบวนการดังกล่าว เชื่อมโยงมาถึงกลุ่มบุคคลในประเทศไทย จึงได้ประสานข้อมูลมายังตำรวจ กก.2 บก.ปอท. เพื่อขยายผลตรวจสอบกลุ่มเครือข่ายในประเทศไทย
กระทั่งพบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน มีพฤติการณ์ในการเปิดบริษัทบังหน้า โดยใช้บัญชีธนาคารของบริษัทรับเงินจากแก๊งคอลเซนเตอร์ จากนั้นจะแลกเปลี่ยนเป็นเงินดิจิตอลสกุลต่าง ๆ แล้วโอนต่อไปยังกระเป๋าเงินดิจิทัล (Digital Wallet) ตามที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์สั่งการ ตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ยังมีความเกี่ยวข้องกับคดีฉ้อโกงออนไลน์ในประเทศไทยมากกว่า 10 คดี ความเสียหายกว่า 8 ล้านบาท มีทั้งคดีที่เกี่ยวกับการหลอกลงทุนและหลอกให้ทำภารกิจเพื่อหารายได้พิเศษ อีกทั้งยังพบว่า อยู่ระหว่างการหลบหนีหมายจับคดีฉ้อโกงออนไลน์ ของ สภ.เมืองอุดรธานี
ตำรวจจึงได้ลงพื้นที่สืบสวนอย่างต่อเนื่อง และสามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ได้ที่บ้านพักในพื้นที่ อ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี และได้ตรวจยึดพยานหลักฐานต่าง ๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ สมุดบัญชีธนาคาร คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก รวมทั้งสิ้น 15 รายการ
สอบถามนายเสริมศักดิ์ ให้การว่า ตนได้ขอให้นางปริชาติ ซึ่งเป็นแม่ ร่วมจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทขึ้นมาเป็น เพื่อบังหน้า โดยอ้างว่าดำเนินกิจการเกี่ยวกับการให้คำปรึกษาด้านงานวิจัย แต่ในความเป็นจริงกลับนำบัญชีของบริษัท มาใช้รับแลกเหรียญดิจิทัล และรับฟอกเงินให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งมีผู้ว่าจ้างเป็นชาวจีน โดยมีการรับโอนเหรียญดิจิทัลผ่านเครือข่ายหนึ่ง ก่อนจะแปลงและโอนเหรียญดิจิทัลข้ามไปอีกเครือข่ายหนึ่ง เพื่ออำพรางเส้นทางการเงิน และหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ โดยได้รับจ้าง 100 USDT ต่อการแปลงข้ามเครือข่ายมูลค่า 1 ล้าน USDT
จากการสืบสวนเชิงลึก ยังพบว่านายเสริมศักดิ์ ทำงานเป็นเครือข่ายร่วมกับบุคคลอื่นอีก 3 คน โดยแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน ทั้งในส่วนของการหาลูกค้า การดูแลบัญชี และการดำเนินธุรกรรมทางการเงิน โดยนายเสริมศักดิ์ ทำหน้าที่โอนเหรียญดิจิทัลและโอนเงินบาท โดยพบว่า ตั้งแต่เดือน ม.ค.- ต.ค.68 บัญชีกระเป๋าเงินดิจิทัลของนายเสริมศักดิ์ มีเหรียญดิจิทัลหมุนเวียนรวมสูงถึงกว่า 4,000 ล้านบาท