ชาวบ้านขวางนำสรีระ "ครูบาหยัด" ออกจากวัด

View icon 31
วันที่ 25 เม.ย. 2569 | 05.15 น.
สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์
แชร์
สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - ชาวบ้านแม่พริก รวมตัวปิดวัด คัดค้านนำสรีระสังขารครูบาหยัด เกจิดังลำปางออกจากวัด หลังทนายความของอาศรมแห่งหนึ่ง อ้างครูบาหยัด ทำพินัยกรรมมอบสรีระสังขารให้ไปประดิษฐานที่อาศรม

ชาวบ้าน 3 หมู่บ้าน รอบวัดแม่พริกบน ตำบลแม่พริก อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง ประมาณร้อยคน ฮือเข้าล้อมรถกู้ชีพที่มาจอดหน้าวัด หลังทราบว่าจะมารับสรีระสังขารพระครูวิธานพัฒนาภรณ์ หรือชาวบ้านเรียกว่า ครูบาหยัด อดีตเจ้าอาวาสวัดแม่พริกบน

ชาวบ้านตะโกนไล่ มีบางช่วงใช้ก้อนหินขนาดใหญ่ปาใส่รถกู้ชีพด้วย จนตำรวจต้องเข้าควบคุมสถานการณ์ โดยให้รถกู้ชีพถอยออกไปจากหน้าวัด ซึ่งใช้เวลาเกือบชั่วโมงกว่าเหตุการณ์จะสงบ

จากนั้นทนายความของอาศรมแห่งหนึ่ง ในจังหวัดเชียงใหม่ เดินทางมาประชุมกับทนายความของวัดแม่พริกบนและชาวบ้าน โดยมีการนำพินัยกรรมมากางเป็นหลักฐานยืนยันเจตนาของครูบาหยัด เรื่องแต่งตั้งผู้จัดการสรีระสังขาร ซึ่งทำขึ้นเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2563 ณ โรงพยาบาลเชียงใหม่ราม

โดยเนื้อหาในพินัยกรรม ครูบาหยัดระบุว่า ขอมอบสรีระสังขารให้แก่ ท่านครูบาเจ้าตรัยเทพ จันทวัณโณ เพื่อนำไปประดิษฐาน ณ อาศรมพรหมธาดาพุทธาสถาน อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ และแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการสรีระสังขารแต่เพียงผู้เดียว พร้อมขอยกเลิกพินัยกรรมฉบับก่อนหน้าทั้งหมด

ในเอกสารดังกล่าวยังมีการปั๊มลายนิ้วมือ และลายมือชื่อของครูบาหยัด พร้อมพยานและเจ้าหน้าที่พยาบาลลงนามกำกับครบถ้วน ทำให้ฝ่ายทนายความยืนยันในสิทธิตามกฎหมายที่จะนำสรีระสังขารของครูบาหยัดออกจากพื้นที่

ด้านตัวแทนคณะสงฆ์ ชาวบ้าน มรรคนายกวัด รวมถึงรักษาการเจ้าอาวาสวัดแม่พริกบน และทนายความ ยืนยันว่าเพิ่งเคยเห็นพินัยกรรมฉบับนี้ จึงไม่เชื่อว่าเป็นของจริง แม้อีกฝ่ายจะยืนยันว่าทำขึ้น 2 ฉบับ โดยครูบาหยัดเก็บไว้เอง 1 ฉบับ แต่ไม่เคยนำออกมาให้เห็น

นอกจากนี้ วันที่-ที่ระบุในพินัยกรรม เป็นช่วงที่ครูบาหยัดอาพาธหนักอยู่ในโรงพยาบาล และปกติครูบาหยัดสามารถเขียนหนังสือ เซ็นชื่อด้วยตัวเองทุกครั้ง แต่ครั้งนี้มีการปั๊มลายนิ้วมือซึ่งผิดสังเกต และที่สำคัญตอนที่ครูบาหยัดยังแข็งแรง เคยพูดว่าจะขอตายอยู่ที่วัดไม่ไปไหน จึงขัดกับเจตนาในพินัยกรรม

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านได้ร่วมลงชื่อคัดค้านการนำสรีระสังขารครูบาหยัดออกจากวัด เพื่อมอบให้ทนายความนำไปใช้ในการต่อสู้ เพราะอีกฝ่ายจะใช้สิทธิ์ฟ้องศาลฯ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง