เวลา 17.11 น. วันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายปาตริซิโอ พาวเวลล์ โอโซริโอ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐชิลีประจำประเทศไทย ซึ่งได้รับพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2567 เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลลา ในโอกาสที่จะพ้นจากหน้าที่
ในโอกาสนี้ นางซูซัน แครอล โรรัฟฟ์ ภริยาเอกอัครราชทูตฯ ร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย
เวลา 17.22 น. พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา นำผู้พิพากษาประจำศาล รุ่นที่ 82 เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่
ในโอกาสนี้ นายธีรทัย เจริญวงศ์ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม, นายเกรียงไกร จรรยามั่น เลขาธิการประธานศาลฎีกา, และนายอิสรา วรรณสวาท เลขาธิการสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย
ในการนี้ ได้มีพระราชดำรัสกับผู้พิพากษา เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้เกิดความยุติธรรมแก่ทุกคน
เวลา 17.45 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปยังสวนลุมพินี ทรงวางพุ่มดอกไม้ และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า รัชกาลที่ 6 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์
จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังศาลาภิรมย์ภักดี ในงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตครบ 100 ปี ในการนี้ ทอดพระเนตรวีดิทัศน์ประวัติความเป็นมาของสวนลุมพินี ซึ่งพระบาทสมเด็จพระพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า มีพระราชดำริให้จัดสร้างขึ้น เมื่อปี 2462 โดยเป็นสวนสาธารณะแห่งแรกของกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้พระราชทานที่ดินทุ่งศาลาแดง สำหรับใช้เป็นสถานที่จัดงานแสดงสินค้า ก่อนพัฒนาเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางเมือง เพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนและออกกำลังกายของประชาชน ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทาน ชื่อว่า "สวนลุมพินี" นับเป็นพระราชมรดกที่มีชีวิต ซึ่งดำรงบทบาทเป็นพื้นที่สาธารณะที่มีความสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า ในการธำรงรักษาพื้นที่สาธารณะเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน จึงพระราชทานที่ดินในพระปรมาภิไธยก่อสร้างเป็นอุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สวนสาธารณะแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพมหานคร สำหรับใช้เป็นสถานที่พักผ่อน รวมถึงเรียนรู้พระราชกรณียกิจและแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
พร้อมกันนี้ ทอดพระเนตรการแสดงนาฏศิลป์ร่วมสมัย เรื่อง มัทนะพาธา ซึ่งเป็นบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า ที่ผสมผสานศิลปะการแสดงนาฏศิลป์ไทยเข้า กับเทคนิคการแสดงสมัยใหม่ ถ่ายทอดเรื่องราวความรักและความทุกข์จากความรักของนางมัทนา อันเป็นที่มาของตำนานดอกกุหลาบ การแสดงดังกล่าว สะท้อนถึงคุณค่าทางวรรณศิลป์และมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ พร้อมทั้ง ส่งเสริมการอนุรักษ์ และเผยแพร่ศิลปะการแสดงไทยให้เข้าถึงประชาชนในยุคปัจจุบันอย่างเหมาะสม
จากนั้น ประทับรถไฟฟ้าพระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินไปยังอาคารลุมพินีสถาน โดยตลอดเส้นทางที่เสด็จพระราชดำเนินผ่านมีการจัดกิจกรรมของประชาชนที่มาใช้บริการภายในสวนลุมพินี อาทิ กิจกรรมไทเก็ก โยคะ แอโรบิก และการเรียนรู้โขน ที่แสดงให้เห็นถึงคุณค่าของสวนลุมพินีในฐานะพื้นที่ให้ประโยชน์กับประชาชนทุกยุคทุกสมัย
ในการนี้ ทอดพระเนตรนิทรรศการพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพรรณวดี กรมนครปฐมบรมขัตติยา มหาธีรราชธิดา ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติที่รัฐบาล ร่วมกับมูลนิธิเพชรรัตน-สุวัฒนา และกรุงเทพมหานคร จัดขึ้นเนื่องในวาระครบ 100 ปี วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า 25 พฤศจิกายน 2568 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงวางรากฐานด้านต่าง ๆ ในการพัฒนาประเทศ และได้รับการยกย่องจากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกในฐานะผู้มีผลงานดีเด่นด้านวัฒนธรรม ทั้งในด้านวรรณกรรม ปรัชญา และการศึกษา และยังเป็นการสืบสานพระราชปณิธานให้มีความหมายร่วมสมัยและส่งต่อสู่อนาคต ผ่านพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ เมือง และวัฒนธรรมที่ประชาชนทุกคนเข้าถึงได้
จากนั้น ทอดพระเนตรการแสดงลีลาศร่วมสมัย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า มีพระปรีชาสามารถด้านศิลปวัฒนธรรม และทรงส่งเสริมการรับอารยธรรมตะวันตกเข้ามาประยุกต์ใช้ในสังคมไทยอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะศิลปะการเต้นลีลาศ ซึ่งทรงสนับสนุนให้เป็นกิจกรรมทางสังคม อันช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพและมารยาทตามแบบสากล แนวพระราชดำริดังกล่าวได้สะท้อนผ่านการพัฒนาพื้นที่สวนลุมพินี ซึ่งนอกจากจะเป็นสวนสาธารณะสำหรับประชาชนแล้ว ยังเคยมีอาคารลีลาศที่ใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมทางสังคมและการเต้นลีลาศในอดีตอันเป็นหลักฐานสำคัญของการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมสมัยใหม่ในยุคนั้น
ทั้งนี้ การสืบสานและนำเสนอศิลปะการแสดงในรูปแบบร่วมสมัยในปัจจุบัน ยังคงสะท้อนถึงพระราชปณิธานในการผสมผสานวัฒนธรรมไทยกับนานาชาติอย่างกลมกลืน และธำรงไว้ซึ่งคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่สืบไป
ต่อจากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังหอนาฬิกา ทอดพระเนตรการแสดง แสง สี เสียง ชุด "วนะสาธารณ์ พระราชปณิธาน รัชกาลที่ 6" เป็นการนำเสนอผ่านเทคโนโลยี แสง สี เสียง ที่ทันสมัย โดยฉายลงบนพื้นผิวของหอนาฬิกา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของสวนลุมพินี เพื่อเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์และพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า ในการสร้างสวนลุมพินีให้เป็นสวนสาธารณะแห่งแรกของไทย
นอกจากนี้ ระหว่างวันที่ 26-30 เมษายน 2569 ยังมีการแสดงดนตรีเฉลิมพระเกียรติฯ เนื่องในโอกาสดังกล่าว จำนวน 3 จุด ได้แก่ ลุมพินีสถาน ศาลาภิรมย์ภักดี และศูนย์อาหาร รวมถึงการออกร้านจำหน่ายของดี 50 เขต และน้ำพุดนตรี