ชาวบ้านชายแดนยังหวาดกลัว แต่ชีวิตยังต้องเดินต่อ เร่งทำการเกษตร เตรียมพร้อมอพยพทุกเมื่อ

ชาวบ้านชายแดนยังหวาดกลัว แต่ชีวิตยังต้องเดินต่อ เร่งทำการเกษตร เตรียมพร้อมอพยพทุกเมื่อ

View icon 47
วันที่ 26 เม.ย. 2569 | 10.37 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ชาวบ้านชายแดนชินชาเหตุการณ์ตึงเครียด แต่หวาดกลัว ชีวิตยังต้องเดินหน้าต่อ เร่งปรับพื้นที่การเกษตร เตรียมพร้อมอพยพทุกเมื่อ

(26 เม.ย. 69)  บริเวณพื้นที่ชายแดนจังหวัดสระแก้ว หลังสถานการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดน ประชาชนในพื้นยังคงติดตามอย่างใกล้ชิด แม้ขณะนี้เหตุการณ์จะยังไม่เกิดความรุนแรงเพิ่มเติม แต่สำหรับชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้แนวชายแดน ความรู้สึกหวาดระแวงและไม่มั่นใจในความปลอดภัยยังคงมีอยู่ตลอดเวลา

ขณะเดียวกันหลายครอบครัวคงดำเนินชีวิตตามปกติ ควบคู่ไปกับการเตรียมความพร้อมหากเกิดเหตุฉุกเฉิน โดยเฉพาะครอบครัวที่เคยผ่านเหตุการณ์ปะทะหรือเคยอพยพมาแล้วก่อนหน้านี้ ต่างยังไม่กล้านิ่งนอนใจ และมีการจัดเก็บสิ่งของจำเป็นไว้พร้อมสำหรับเคลื่อนย้ายทันที หากสถานการณ์กลับมารุนแรงอีกครั้ง

ด้าน “พี่ยิ้ม” อายุ 41 ปี เกษตรกรในพื้นที่ชายแดน ซึ่งกำลังเร่งปรับพื้นที่และดูแลแปลงอ้อยของตนเอง  เปิดเผยว่า แม้จะยังมีความกังวลต่อสถานการณ์ชายแดน แต่ชีวิตและภาระหน้าที่ก็ยังต้องเดินหน้าต่อไป จึงจำเป็นต้องกลับมาทำมาหากินตามปกติ  โดยสิ่งของจำเป็น เสื้อผ้า และสัมภาระที่เคยใช้ในการอพยพช่วงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ยังถูกเก็บไว้ในกระเป๋าและวางไว้ในจุดที่หยิบใช้สะดวก เพราะไม่รู้ว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงเมื่อใด หากเกิดเหตุปะทะรอบใหม่ ก็พร้อมจะออกจากพื้นที่ได้ทันที

ทั้งนี้ยังเปิดเผยว่า สำหรับภาคการเกษตรซึ่งเป็นอาชีพหลักของคนในพื้นที่ สถานการณ์ชายแดนส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเพาะปลูกอ้อยในฤดูกาลนี้ ทำให้การเริ่มปลูกต้องล่าช้าไปกว่า 2 เดือน จากเดิมที่ควรดำเนินการได้ตามช่วงเวลา เพราะชาวบ้านจำนวนมากต้องหยุดงานและเฝ้าติดตามสถานการณ์ รวมถึงบางช่วงไม่มั่นใจเรื่องความปลอดภัยในการลงพื้นที่ทำการเกษตร

นอกจากนั้น ปัญหาฝนทิ้งช่วงยังซ้ำเติมภาระของเกษตรกร ทำให้ต้องใช้น้ำรดแปลงอ้อยอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาความชุ่มชื้นของดิน ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น ทั้งค่าน้ำ ค่าแรงงาน และค่าเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องจักร ซึ่งก่อนหน้านี้เคยใช้แรงงานชาวกัมพูชาเข้ามาช่วยงานในไร่อ้อย เนื่องจากมีความชำนาญและเพียงพอต่อความต้องการแรงงาน แต่หลังเกิดเหตุปะทะและมีมาตรการเข้มงวดตามแนวชายแดน ทำให้ไม่สามารถใช้แรงงานรูปแบบเดิมได้ จึงต้องปรับตัวโดยนำเครื่องจักรเข้ามาช่วยปลูกแทน และใช้แรงงานคนในพื้นที่ทำงานเฉพาะส่วนที่จำเป็น เช่น การรดน้ำ ดูแลต้นอ้อย และเก็บรายละเอียดภายในแปลง

ในประเด็นเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัย กล่าวถึงการก่อสร้างกำแพงหรือแนวกั้นชายแดนว่า แม้จะช่วยสร้างความรู้สึกมั่นใจได้ระดับหนึ่ง แต่ตนยังเชื่อว่าหากไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง ก็อาจยังมีการลักลอบข้ามแดนหรือหาช่องทางเข้ามาในประเทศไทยได้อีก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง